background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

ผลสำรวจพบโลกสะสมหัวรบนิวเคลียร์กว่าหมื่นลูก

ผลสำรวจพบโลกสะสมหัวรบนิวเคลียร์กว่าหมื่นลูก

"เอสไอพีอาร์ไอ"เผยประเทศมีคลังแสงนิวเคลียร์ยังไม่ละเลิก ระบุหัวรบนิวเคลียร์ทั่วโลกสูงถึง16,300ลูก

สถาบันวิจัยสันติภาพระหว่างประเทศ หรือเอสไอพีอาร์ไอ มีสำนักงานในกรุงสต็อกโฮล์ม ออกรายงานเมื่อวันอาทิตย์(15 มิ.ย.) ระบุว่า จำนวนหัวรบนิวเคลียร์ทั่วโลก ลดลงต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยล่าสุด ลดลง 970 ลูกจากปี 2556 มาอยู่ที่ 16,300 ลูกในปีนี้ ส่วนใหญ่มาจากการลดกำลังรบนิวเคลียร์ของสหรัฐฯและรัสเซีย ซึ่งครอบครองหัวรบนิวเคลียร์กว่า 93 % ของทั้งโลก

สหรัฐฯมีหัวรบนิวเคลียร์ประมาณ 7,300 ลูก รัสเซียมีประมาณ 8,000 ลูก ส่วนอีก 9 ประเทศ ที่เชื่อว่ามีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครอง ได้แก่อังกฤษ ฝรั่งเศส จีน อินเดีย ปากีสถาน อิสราเอลและเกาหลีเหนือ

รายงานระบุว่า การลดลงไม่ได้หมายถึงการมุ่งมั่นที่จะทำลายคลังอาวุธชนิดนี้ เพราะในปีที่ผ่านมา ชาติมหาอำนาจนิวเคลียร์ ยังคงเดินหน้าปรับปรุงกำลังรบนิวเคลียร์และระบบยิง สะท้อนว่า ประเทศเหล่านั้นยังถือว่าอาวุธนิวเคลียร์เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินเชิงยุทธศาสตร์

สหรัฐ จัดสรรงบประมาณ 350,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อพัฒนาและบำรุงรักษาคลังแสงนิวเคลียร์ในระยะ 10 ปี รวมทั้ง ลงทุนสร้างเรือดำน้ำลำใหม่ อาวุธปล่อย และเครื่องบินทิ้งระเบิดพิสัยไกล ส่วนรัสเซีย นอกจากยกระดับขีปนาวุธแล้ว ยังพัฒนาเรือดำน้ำรุ่นใหม่ เพื่อให้มีศักยภาพในการยิงอาวุธนิวเคลียร์ในทะเล

จีน อินเดีย และปากีสถาน เป็นกลุ่มเดียวที่ขยายคลังแสงนิวเคลียร์ ขณะอิสราเอล ดูเหมือนกำลังรอดูว่าสถานการณ์ในอิหร่านจะเปลี่ยนแปลงไปในทางใด

รายงานระบุว่า อินเดียและปากีสถาน ยังคงพัฒนาอาวุธปล่อยทั้งขีปนาวุธและครูซ มิสไซล์ และเดินหน้าผลิตวัสดุฟิสไซล์ หรือวัสดุที่สามารถทำให้เกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ต่อเนื่องได้เพื่อวัตถุประสงค์ด้านการทหาร

อินเดีย ยังมีหัวรบนิวเคลียร์ 90-110 ลูก ปากีสถาน มีระหว่าง 100-120 ลูก ขณะอิสราเอล มีหัวรบนิวเคลียร์ประมาณ 80 ลูก

สำหรับจีน เอสไอพีอาร์ไอ ประเมินว่า มีหัวรบนิวเคลียร์ 250 ลูก ในจำนวนนี้ 190 ลูก เป็นอาวุธที่ออกแบบมาสำหรับขีปนาวุธยิงจากพื้น และเครื่องบิน ส่วนเกาหลีเหนือ ซึ่งทดลองนิวเคลียร์ครั้งแรกในปี 2549 เชื่อว่ามีอาวุธนิวเคลียร์ 6-8 ลูก

การเผยแพร่ปริมาณหัวรบนิวเคลียร์ครั้งนี้ มีขึ้นหลังจาก ที่ประชุมประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครอง คือจีน สหรัฐ รัสเซีย อังกฤษ และฝรั่งเศส ที่กรุงปักกิ่ง ได้ข้อสรุปร่วมกันว่า สนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ หรือเอ็นพีที ยังคงเป็นกลไกการไม่แพร่กระจายนิวเครียร์ และเป็นแนวปฏิบัติพื้นฐานสำหรับการลดอาวุธนิวเคลียร์ให้เป็นจริง ประเทศทั้ง 5 จะใช้ความพยายามร่วมกัน มีวิธีปฏิบัติที่เป็นขั้นตอน ในการลดอาวุธนิเคลียร์ เพื่อบรรลุเป้าหมายปลอดนิวเคลียร์ทั่วโลก