วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลาวกับการระงับสัมปทาน

รัฐบาลลาวได้ตัดสินใจจะระงับการลงทุนใหม่ๆในด้านเหมืองแร่ การให้สัมปทานที่ดิน เพื่อปลูกยางพารา

นับตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา รัฐบาลลาวได้ตัดสินใจที่จะระงับการลงทุนใหม่ๆ ทั้งหมดในด้านเหมืองแร่ หรือการให้สัมปทานที่ดิน เพื่อปลูกยางพารา หรือต้นยูคาลิปตัส หลังจากที่ได้รับรู้ว่า นักลงทุนจำนวนมาก พากันละเมิดข้อตกลง และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกัน

ข้อเท็จจริงที่ว่า โครงการบางอย่าง ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมของประเทศ และชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ทำให้รัฐบาลลาวตัดสินใจที่จะระงับการพิจารณาทุกข้อเสนอในด้านนี้ไว้ก่อน จนกว่าจะถึงวันที่ 31 ธันวาคมปีหน้า

ระยะเวลาที่ระงับการให้สัมปทาน และไม่มีการอนุมัติโครงการลงทุนใหม่ดังกล่าว ทำให้รัฐบาลมีเวลามากขึ้นในการทบทวน และประเมินประสิทธิภาพของโครงการที่มีอยู่ เพื่อสร้างความมั่นใจว่า ลาว จะได้รับประโยชน์าสูงสุดจากภาคอุตสาหกรรมนี้

ปัญหาที่เกิดขึ้นจากเรื่องการให้สัมปทานที่ดิน และอนุมัติโครงการที่ดิน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการขาดแคลนการสำรวจที่ดิน และขาดการจัดสรรที่อย่างเหมาะสม รวมถึง การกำหนดรายละเอียดพื้นที่ที่นักลงทุนสามารถนำไปใช้งานได้จริง

ข้อมูลจากกระทรวงวางแผน และการลงทุน แสดงให้เห็นว่า นับแต่ปี 2531 เป็นต้นมา ลาวอนุมัติสัมปทานที่ดินไปแล้ว 4,4902 แปลง สำหรับหลายอุตสาหกรรมด้วยกัน คิดเป็นมูลค่าการให้สัมปทานโดยรวมมากกว่า 24,800 ล้านดอลลาร์

ในยอดรวมการลงทุนทั้งหมดของประเทศนั้น เหมืองแร่ ถือเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่ามากสุด จากจำนวนโครงการทั้งหมด 299 โครงการ มูลค่ามากกว่า 7,100 ล้านดอลลาร์ ตามด้วยโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ ที่มีอยู่ทั้งหมด 46 โครงการ มูลค่ามากกว่า 6,600 ล้านดอลลาร์ เกษตรกรรม จำนวน 985 โครงการ มูลค่ากว่า 2,700 ล้านดอลลาร์ ปิดท้ายด้วยภาคบริการ ที่ 664 โครงการ มูลค่าไม่ต่ำกว่า 2,500 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ดี ข้อเท็จจริงที่ว่า การลงทุนภาคเอกชนมีสัดส่วนอย่างมากต่อการเติบโตอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจประเทศ รวมถึงการลดปัญหาความยากจนด้วย ทำให้เมื่อเร็วๆ นี้ รัฐบาลลาวได้ส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่อาจจะยกเลิก การระงับสัมปทานดังกล่าว ให้เร็วขึ้นกว่ากำหนดเดิมที่วางไว้ ส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะหนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ ในช่วง 2 ปีข้างหน้า แม้ในขณะนี้ จะมีความสามารถจำกัดมากกว่าในช่วงก่อนที่จะมีคำสั่งระงับการให้สัมปทานก็ตาม

เจ้าหน้าที่จากกระทรวงวางแผน และลงทุน บอกว่า รัฐบาลตระหนักดีว่า จะระงับการให้สัมปทานตลอดไปไม่ได้ จึงพิจารณาที่จะหันมาใช้วิธีเฝ้าระวังมากขึ้น ด้วยการนำกลยุทธ์ที่เหมาะสมเข้ามาใช้ รวมถึง การส่งเสริมการลงทุนอย่างมีคุณภาพ ด้วยการอนุมัติเพียง 1 หรือ 2 โครงการ ในแต่ละจังหวัด หรือภูมิภาค

นอกจากนี้ รัฐบาลยังอยู่ระหว่างการทบทวนผลการดำเนินงาน ของโครงการที่ได้รับอนุมัติไปก่อนหน้านี้ เพื่อประเมินถึงผลกระทบที่โครงการเหล่านี้ มีต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม ทั้งเพื่อรับประกันถึงการเก็บรายได้เข้ารัฐอย่างสมเหตุสมผล