วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

พม่าปรับโฉม'เมียวดี'สู่ประตูการค้าเออีซี

ศูนย์กลางการค้า"เมียวดี"กำลังจะเปลี่ยนแปลงไป เริ่มมีความสำคัญใหม่ ในฐานะประตูการค้าแห่งอนาคต

ในฐานะด่านชายแดนไทย- พม่า ที่มีปริมาณการค้ามากสุดในด่านชายแดน 5 แห่งของ 2 ประเทศ สินค้าที่ผ่านทาง "เมียวดี" ในรัฐกะเหรี่ยงของพม่า จึงมีทั้งที่ถูกกฎหมาย และผิดกฎหมาย

แต่ในทุกวันนี้ ชื่อเสียงในฐานะศูนย์กลางการค้าของเถื่อนของเมียวดี กำลังจะเปลี่ยนแปลงไป จากการที่เมืองชายแดนแห่งนี้ เริ่มมีความสำคัญใหม่ ในฐานะประตูการค้าแห่งอนาคต สำหรับการมาถึงของประชาชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ที่จะเริ่มต้นขึ้นในปี 2558

ข้อมูลอย่างเป็นทางการแสดงให้เห็นว่า ด่านเมียวดี มีการค้าชายแดนกับไทยในช่วงปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นมากกว่า 20% จากประมาณ 3,700 ล้านดอลลาร์ ในปีงบประมาณ 2555 มาอยู่ที่ 4,460 ล้านดอลลาร์ ในปีงบประมาณ 2556 โดยในปีงบประมาณนี้ ที่สิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา เมียวดีมีตัวเลขการส่งออกอยู่ที่ 2,700 ล้านดอลลาร์

แม้การเติบโตทางเศรษฐกิจของเมียวดีจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ก็อยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงถึงเกือบ 9% ซึ่งเจ้าหน้าที่พม่าคาดว่า เมื่อเออีซีเปิดฉากขึ้นในปีหน้า และสินค้าเริ่มเดินทางข้ามแดนได้อย่างเสรี รัฐกะเหรี่ยงจะกลายมาเป็นประตูการค้าที่สำคัญ

ทันทีที่เออีซีเริ่มต้นขึ้น ก็จะทำให้สมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน กลายมาเป็นภูมิภาคที่สินค้า บริการ การลงทุน แรงงานมีทักษะ และเงินทุน สามารถเดินทางผ่านข้ามแดนได้อย่างเสรี ซึ่งตามแผนแม่บทในพิมพ์เขียวเศรษฐกิจอาเซียน ที่มีการรับรองในการประชุมที่สิงคโปร์ เมื่อปี 2550 นั้น เออีซีจะส่งผลให้เกิดการค้าขนาดใหญ่ขึ้นทั่วทั้งภูมิภาค

การเปลี่ยนแปลงที่เห็นเด่นชัดในเมียวดีขณะนี้ รวมถึง การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมระหว่างไทย-พม่าให้มีความสะดวกขึ้น โดยได้มีการก่อสร้างถนนจากบริเวณเมียวดี -เชิงเขาตะนาวศรี ไปจนถึงเมืองกอกาเรก ระยะทางรวมประมาณ 45 กิโลเมตร ส่วนหนึ่งของโครงการเครือข่ายทางหลวงเอเชีย ที่ได้รับการสนับสนุนเงินทุนบางส่วนจากธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย หรือ เอดีบี

ขณะที่ผู้ว่าการรัฐกะเหรี่ยง"นายซอว์ มิน" บอกว่า ทางหลวงสายใหม่ ที่จะเชื่อมเมียวดีเข้ากับนครย่างกุ้ง อดีตเมืองหลวงของพม่า และเป็นเมืองพาณิชย์ขนาดใหญ่สุดของประเทศ จะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2557

นอกจากนี้ สภาพในเขตจังหวัดเมียวดี ยังมีการก่อสร้างบ้านพักอาศัย และโรงแรมเกิดขึ้นอย่างเนื่องตลอดระยะเวลา 1-2 ที่ผ่านมา ผลมาจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมอยู่ระหว่างการก่อสร้างใหม่ 4-5 แห่ง ขนาด 60-100 ห้อง ตั้งแต่ระดับ 2 ดาว - 4 ดาว เพื่อรองรับการหลั่งไหลเข้ามาของนักธุรกิจต่างชาติ และนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ จากเดิมจะมีเฉพาะที่พักในลักษณะโมเต็ลไม่ต่ำกว่า 30 แห่ง มีห้องพักรวม 1,000 ห้อง เพื่อรองรับพ่อค้าแม่ค้าชาวพม่าที่เข้ามาซื้อขายสินค้า และติดต่อธุรกิจระหว่างไทย-พม่า