โครงการก่อสร้างทั่วสหรัฐได้รับเงินทุนอัดฉีดก้อนใหม่ จากนักลงทุนชาวจีน หวังจะได้รับบัตรประจำตัวผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวรอย่างถูกกฎหมายในสหรัฐ
หรือ"กรีนการ์ด" เป็นของแลกเปลี่ยนกับเงินที่สูญเสียไป
ปัจจุบัน การลงทุนในสหรัฐ กลายมาเป็นสิ่งที่เศรษฐีจีนจำนวนมาก อย่าง "หวง เว่ยหมิง" ตั้งความหวังว่า จะทำให้ลูกหลานของพวกเขามีอนาคตที่ดีขึ้น โดยการเข้าลงทุนในสหรัฐ เพียง 500,000 ดอลลาร์ ก็จะทำให้หวง และครอบครัวของเขา มีสิทธิได้รับกรีนการ์ด ผ่านทางโครงการที่เรียกว่า "อีบี-5"
แม้ในอดีต โครงการอีบี-5 จะไม่ได้รับความสนใจมากนัก แต่ปัจจุบันโครงการดังกล่าว คือแหล่งเงินทุนหลัก ที่ทำให้มีเงินทุนหลั่งไหลเข้ามาสู่โครงการก่อสร้างต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั่วสหรัฐ ไล่ตั้งแต่ ตึกสูงระฟ้าแห่งใหม่ในแมนแฮตตัน โครงการขยายรีสอร์ทสกีน้ำในเวอร์มอนต์ และ ที่อยู่อาศัยแหล่งใหม่ในบรูคลิน
ทุกโครงการล้วนได้รับเงินทุนจากชาวจีนที่ต้องการสุขอนามัยที่ดีปราศจากมลพิษและอาหารที่ปนเปื้อน รวมถึงการศึกษาที่มีคุณภาพในสหรัฐ
ผลสำรวจชาวจีนที่มีฐานะร่ำรวย เมื่อต้นปีพบว่า กว่าหนึ่งในสาม ต้องการที่จะละทิ้งบ้านเกิด โดยมีสหรัฐ เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม
นักวิเคราะห์ชี้ว่า การลงทุนตามโครงการอีบี-5 จะต้องเป็นการลงทุนที่เกิดการจ้างงานอย่างน้อย 10 ตำแหน่ง แต่ผู้ลงทุนจะได้รับเงินคืน หลังจากผ่านพ้นระยะเวลาในการลงทุนไปแล้วอย่างน้อย 2 ปีขึ้นไป ซึ่งแม้จะมีการฉ้อโกงในระดับสูง และมีโครงการที่ล้มเหลวเป็นจำนวนมาก จนทำให้นักลงทุนต้องสูญเสียทั้งเงินลงทุน และกรีนการ์ด แต่อีบี-5 ก็ยังเป็นนโยบายที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างน่าเหลือเชื่อ
ทางด้านลิลลี่ จง เจ้าของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในฟลอริดา สหรัฐ บอกว่า เมื่อครั้งที่สหรัฐเริ่มโครงการอีบี-5 ใหม่นั้น แทบจะไม่มีใครมาสมัครเข้าร่วมโครงการนี้เลย แต่ในปัจจุบันจำนวนผู้สมัครเกือบจะเต็มโควตาอยู่แล้ว ทำให้มีคนมาต่อแถวยื่นใบสมัครกันอย่างยาวเหยียด
ในแต่ละปี สหรัฐสามารถออกวีซ่า ภายใต้โครงการอีบี-5 ได้มากสุดถึง 10,000 ราย ซึ่งชาวจีนก็เป็นคนกลุ่มใหญ่สุดที่เข้าร่วมโครงการนี้ ที่มีกำหนดหมดอายุในเดือนก.ย.ปีหน้า
ไม่ใช่แค่เพียงสหรัฐเท่านั้น แต่ประเทศอื่นๆ อย่างโปรตุเกส มอรีเชียส แล เกรนาดา ก็กำลังหาทางดึงดูดเม็ดเงินจากจีนเช่นกัน โดยมีการยื่นข้อเสนอกันอย่างหลากหลาย รวมถึง การให้กรีนการ์ด
อย่างไรก็ดี เมื่อต้นปีนี้ แคนาดา เพิ่งจะยกเลิกโครงการวีซ่าสำหรับมหาเศรษฐีทิ้งไป หลังจากมีใบสมัครของมหาเศรษฐีจีนตกค้างอยู่เป็นจำนวนมาก จนทำให้รัฐบาลตัดสินใจที่จะทบทวนนโยบายนี้ใหม่

