"ยูเอ็น"ระบุโลกต้องการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน และโรงไฟฟ้าที่มีระบบตรวจจับอนุภาคมลภาวะเพิ่มขึ้น 3 เท่า
สหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น ได้เปิดเผยรายงานส่วนที่สามของผลการศึกษาสภาวะโลกร้อน ที่เป็นส่วนสำคัญที่สุดในรายงานฉบับนี้ว่า โลกต้องการการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าสะอาดเพิ่มขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้สภาพแวดล้อมโลกเลวร้ายลง จนเกินระดับความปลอดภัย แม้อาจจะทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของโลกลดลงบ้าง เพราะถ้ายิ่งชะลอการสร้างโรงไฟฟ้าสะอาดนานเท่าใด ภาวะเรือนกระจกจะยิ่งรุนแรงมากขึ้นและทำให้หมดโอกาส ที่จะควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงขึ้น ทั้งยังจะทำให้มีต้นทุนทางเศรษฐกิจสูงขึ้น รวมทั้ง ทำให้โลกต้องหันไปพึ่งพาเทคโนโลยี ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่ามีผลดีต่อโลกจริง
นายออตมาร์ เอเดนโฮเฟอร์ ประธานร่วมทำงานจัดทำรายงานฉบับนี้ ที่มีนักวิทยาศาสตร์ 235 คนร่วมจัดทำ กล่าวว่า ยิ่งรอกำหนดนโยบายด้านการควบคุมสภาพอากาศโลกนานเท่าใด ก็ยิ่งเสี่ยงต่อการมีทางเลือก ในการรักษาสิ่งแวดล้อมน้อยลงเท่านั้น
ยูเอ็น ระบุว่า รัฐบาลประเทศต่างๆ ต้องเพิ่มความพยายามในการสร้างโรงไฟฟ้าพลังลม และฟาร์มโซลาร์ เซลล์ และนำเงินรายได้ส่วนหนึ่ง มาใช้ในการวิจัยพัฒนาระบบการตรวจจับคาร์บอนและแหล่งกักเก็บคาร์บอนที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล
ด้านองค์การพลังงานระหว่างประเทศ หรือ ไออีเอ ประเมินตัวเลขการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าในช่วงปี 2556-2578 ว่า ทั้งโลกจะมีการลงทุนราว 17 ล้านล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 510 ล้านล้านบาท เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการพลังงานไฟฟ้า


