รัฐมนตรีคลัง และนายธนาคารกลางกลุ่มจี20 หวั่นสถานการณ์ยูเครนอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก
รัฐมนตรีคลัง และนายธนาคารกลางกลุ่มจี20 หวั่นสถานการณ์ยูเครนอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก แต่กลับไม่มีการออกมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนให้เห็นถึงความไม่ลงรอยกันภายในกลุ่ม
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางกลุ่มชาติอุตสาหกรรมชั้นนำ และเศรษฐกิจเกิดใหม่ 20 ประเทศ (จี20) ปิดฉากการประชุมนาน 2 วัน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (11 เม.ย.) โดยไม่มีมาตรการใดๆ ออกมา
แถลงการณ์ของที่ประชุมระบุประเด็นสำคัญหลายเรื่อง รวมถึงการให้คำมั่นติดดตามเรื่องการปฏิรูปและสนับสนุนมาตรการช่วยเหลือยูเครน มูลค่า 27,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 877,500 ล้านบาท แต่ส่วนใหญ่มีท่าทีระมัดระวังเมื่อต้องพูดถึงเรื่องยูเครน กล่าวแต่เพียงว่า ทางกลุ่มกำลังจับตาสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศยุโรปตะวันออกแห่งนี้เพื่อพิจารณาดูว่าจะมีความเสี่ยงใดๆ ต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจ และการเงินโลกหรือไม่
อย่างไรก็ดี ได้มีการแสดงท่าทีชัดเจนว่า จี20 มองว่า เศรษฐกิจยูเครนอยู่ในภาวะเปราะบาง และมีภัยคุกคามด้านความมั่นคงเพิ่มมากขึ้น หลังรัสเซียรับไครเมียเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา โดยถือว่าเรื่องเหล่านี้อาจเป็นปัญหารุนแรงต่อเศรษฐกิจโลกได้
ส่วนในเรื่องเศรษฐกิจนั้น ที่ประชุมไม่มีการออกมาตรการใดๆ เพื่อกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจโลก เพียงแต่ย้ำคำมั่นเมื่อปีก่อนเรื่องจะทำให้เศรษฐกิจจี20 โดยรวมเติบโตราว 2%
ผลการประชุมดังกล่าวทำให้นายโจ ฮอกกี รัฐมนตรีคลังออสเตรเลียในฐานะประธานจี20 ปีนี้ ตำหนิว่า ข้อเสนอของแต่ละประเทศยังห่างไกลจากสิ่งที่จำเป็นต้องทำอยู่มาก และหวังว่าจะมีแผนที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นในการประชุมครั้งหน้าที่เมืองแคนส์ ของออสเตรเลีย ในเดือน ก.ย.นี้
แถลงการณ์ยังกล่าวถึง การเพิ่มและปรับความต้องการบริโภคให้สมดุล การทำให้อัตราแลกเปลี่ยนมีความยืดหยุ่นมากขึ้น แต่เนื่องจากสมาชิกจี 20 มีระดับเศรษฐกิจที่แตกต่างกันจึงไม่สามารถตกลงกันได้ว่าควรให้ความสำคัญกับประเด็นใดมากกว่า
ที่ประชุมยังได้วิจารณ์สหรัฐอเมริกาที่ยังไม่ให้สัตยาบันการปฏิรูปกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ มาตั้งแต่ปี 2553 และไม่เพิ่มเงินสมทบให้แก่ไอเอ็มเอฟทั้งที่เป็นผู้สมทบรายใหญ่ที่สุด





