background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

ค้นเอ็มเอช370ชี้สัญญาณไม่ได้มาจาก'กล่องดำ'

ค้นเอ็มเอช370ชี้สัญญาณไม่ได้มาจาก'กล่องดำ'

คณะค้นหาเที่ยวบินเอ็มเอช370 เผยผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากสัญญาณเสียงที่จับได้ล่าสุด ระบุไม่น่ามาจากกล่องดำ ขณะที่นายกฯออสเตรเลียยังไม่หมดหวัง

พลอากาศเอก แองกัส ฮูสตัน ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานการค้นหาเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส แถลงว่า สัญญาณที่เรือโอเชียนชิลด์ของกองทัพออสเตรเลียตรวจจับได้ล่าสุดนั้น มีแนวโน้มว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับกล่องดำของเครื่องบิน

แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้น หลังจากมีการวิเคราะห์ข้อมูลที่รวบรวมมาได้จากทุ่นจับทิศทางของเสียงที่เครื่องบินลาดตระเวนของออสเตรเลียทิ้งลงไปในมหาสมุทรอินเดียเมื่อวันพฤหัสบดี (10 เม.ย.) ในบริเวณที่เรือของกองทัพระบุว่าตรวจจับสัญญาณเสียงได้

"ข้อมูลที่ผมมีระบุว่ายังไม่มีความคืบหน้าครั้งสำคัญในการค้นหาเที่ยวบินเอ็มเอช 370" พลอากาศเอก ฮูสตัน กล่าว

เรือโอเชียนชิลด์ จับสัญญาณเสียงได้ครั้งแรกเมื่อวันเสาร์ที่ 5 เม.ย. จากนั้นตรวจจับได้อีกครั้งเมื่อวันอังคารที่ 8 เม.ย. ขณะลากจูงเครื่องหาตำแหน่งกล่องดำไปด้วย

ก่อนหน้านี้หลายฝ่ายมีความหวังว่าแบตเตอรี่ในกล่องดำยังไม่หยุดการทำงาน เพราะเมื่อวันพฤหัสบดีมีรายงานว่าทุ่นลอยน้ำตรวจจับสัญญาณเสียงแบบเดียวกันได้ แต่ยังไม่ทันข้ามคืนความหวังก็มีอันดับวูบลง เมื่อได้รับข้อมูลจากทีมวิเคราะห์ที่ระบุว่าเสียงดังกล่าวไม่น่าเป็นเสียงสัญญาณจากกล่องดำ

ปฏิเสธข่าวลือเจอกล่องดำ

นายกรัฐมนตรี โทนี แอบบอตต์ ของออสเตรเลีย กล่าวว่า เขายังคงมั่นใจว่าสัญญาณที่จับได้ในสัปดาห์นี้มาจากเครื่องบันทึกข้อมูลการบินของเที่ยวบินเอ็มเอช 370 และมั่นใจว่าคณะค้นหาจะสามารถหาตำแหน่งของเครื่องบันทึกข้อมูลการบินพบในที่สุด

"เราได้ตีกรอบพื้นที่การค้นหาให้แคบลงมากแล้ว และเรามีความมั่นใจอย่างมากว่าสัญญาณดังกล่าวมาจากกล่องดำ" นายแอบบอตต์กล่าว พร้อมปฏิเสธข่าวลือทางทวิตเตอร์ที่ว่ามีการพบกล่องดำแล้ว หลังจากหนังสือพิมพ์ดิเวสต์ออสเตรเลียทวีตข้อความว่ามีการพบกล่องดำ

ความกังวลว่าแบตเตอรี่ในกล่องดำจะยุติการทำงาน ทำให้ทุกฝ่ายต้องเร่งความพยายามในการค้นหา โดยหากมีการยืนยันว่าเสียงที่ตรวจจับได้เป็นสัญญาณจากกล่องดำ ก็จะมีการส่งหุ่นยนต์ใต้น้ำและกล้องใต้น้ำลงไป กระนั้นยานบังคับอัตโนมัติที่อยู่บนเรือโอเชียนชิลด์ ไม่มีขีดความสามารถเพียงพอที่จะกู้กล่องดำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ความลึก 4,500 เมตร

การตัดสินใจว่าจะส่งยานดำน้ำอัตโนมัติลงไปค้นหาเมื่อไรนั้น ขึ้นอยู่กับความเห็นของผู้เชี่ยวชาญในทีมค้นหา ซึ่งมีแนวโน้มว่าต้องอาศัยเวลาอีกหลายวันจึงจะดำเนินการได้ เพราะที่ผ่านมาเรือและเครื่องบินที่ออกสำรวจยังไม่เคยพบเศษซากชิ้นส่วนของเครื่องบินหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเที่ยวบินเอ็มเอช 370 เลย

ก่อนหน้านี้ พลอากาศเอกฮูสตัน ย้ำเตือนกับครอบครัวของผู้โดยสารว่า สิ่งที่ดีที่สุดที่พอจะคาดหวังได้กับการค้นหาครั้งนี้คือภาพถ่ายของชิ้นส่วนเครื่องบิน

ผู้เชี่ยวชาญให้ข้อมูลว่า มีโคลนอยู่เป็นจำนวนมากในบริเวณที่ดำเนินการค้นหา ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าวัตถุจะจมอยู่ในโคลน ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการค้นหา

สหรัฐโต้ทฤษฎี"ดีเอโกการ์เซีย"

โฆษกสถานทูตสหรัฐอเมริกาในมาเลเซีย กล่าวถึงกระแสการคาดหมายและทฤษฎีสมคบคิดที่ระบุว่า เที่ยวบินเอ็มเอช 370 น่าจะลงจอดที่ฐานทัพสหรัฐบนเกาะดีเอโอการ์เซีย ซึ่งตั้งอยู่กลางมหาสมุทรอินเดีย โดยยืนยันว่าไม่มีข้อบ่งชี้ที่แสดงว่าเครื่องบินลำดังกล่าวเข้าใกล้เกาะมัลดีฟส์หรือเกาะดีเอโกการ์เซีย พร้อมปฏิเสธว่าเอ็มเอช 370 ไม่ได้ลงจอดที่ฐานทัพในดีโอโกการ์เซีย

โฆษกสถานทูตสหรัฐได้ตอบกลับอีเมลของหนังสือพิมพ์เดอะสตาร์ของมาเลเซีย ว่า ภายใต้ความร่วมมือระหว่างมาเลเซียกับออสเตรเลียนั้น กองเรือที่ 7 ของกองทัพเรือสหรัฐกำลังทำงานร่วมกับอีก 26 ประเทศในการหาตำแหน่งของเครื่องบิน ภายในพื้นที่ที่ผู้เชี่ยวชาญจากมาเลเซียและนานาชาติระบุ

มาเลย์แจงไม่ได้ส่งเครื่องบินตาม

นายฮิชัมมูดดีน ฮุสเซน รัฐมนตรีคมนาคมมาเลเซีย ปฏิเสธรายงานข่าวที่ว่า กองทัพอากาศได้ส่งเครื่องบินค้นหาไปยังทะเลจีนใต้และช่องแคบมะละกา หลังจากมีรายงานว่าเที่ยวบินเอ็มเอช 370 หายไป

ทั้งนี้ ซีเอ็นเอ็นรายงานว่ากองทัพมาเลเซียส่งเครื่องบินไปค้นหาก่อนระบุว่าเที่ยวบินเอ็มเอช 370 หันหัวไปทางตะวันตกและบินข้ามคาบสมุทรมาเลเซียไป

"ข่าวจากซีเอ็นเอ็นที่อ้างว่ากองทัพอากาศส่งเครื่องบินขึ้นไปหลังจากสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส รายงานว่าเที่ยวบินเอ็มเอช 370 สูญหายไป เป็นคำกล่าวอ้างที่ผิด นอกจากนั้น ข่าวจากซีเอ็นเอ็นที่ว่ากองทัพอากาศไม่ได้แจ้งกรมการบินพลเรือนหรือหน่วยค้นหาในทันที และรอให้เวลาผ่านไป 3 วันจึงค่อยแจ้งว่าได้ส่งเครื่องบินไปค้นหานั้น ก็ไม่ตรงกับความเป็นจริง" นายฮิชัมมูดดีนระบุ

ทั้งนี้ ซีเอ็นเอ็นรายงานอ้างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลมาเลเซียว่า เครื่องบินของกองทัพอากาศได้ขึ้นค้นหาเมื่อเวลา 08.00 น.ของวันที่ 8 มี.ค. แต่กองทัพอากาศเพิ่งแจ้งต่อกรมการบินพลเรือนและหน่วยค้นหาเมื่อวันที่ 11 มี.ค. หรือ 3 วันต่อมา

ด้านผู้บัญชาการกองทัพอากาศมาเลเซียแถลงยืนยันว่ารายงานข่าวของซีเอ็นเอ็นเป็นเรื่องเท็จอย่างสิ้นเชิง