วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ออสซี่พบสัญญาณกล่องดำ2ชั่วโมง

เรือ "โอเชียนชิลด์" ของกองทัพออสเตรเลีย ตรวจพบสัญญาณใหม่จากใต้น้ำที่มีความสอดคล้องกับกล่องดำ ครั้งแรกจับสัญญาณได้นานกว่า 2 ชั่วโมง

เรือ "โอเชียนชิลด์" ของกองทัพออสเตรเลีย ตรวจพบสัญญาณใหม่จากใต้น้ำที่มีความสอดคล้องกับกล่องดำ ครั้งแรกจับสัญญาณได้นานกว่า 2 ชั่วโมง ครั้งที่สองจับได้นาน 13 นาที หัวหน้าคณะประสานงานค้นหาเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ระบุเป็นเบาะแสที่มีความหวังที่สุด แต่ต้องรอการพิสูจน์เพื่อยืนยัน

พลอากาศเอกแองกัส ฮูสตัน อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดออสเตรเลีย ปัจจุบันทำหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานการค้นหาเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส แถลงว่า เรือของกองทัพเรือออสเตรเลียตรวจจับสัญญาณใหม่ได้จากใต้น้ำ โดยสัญญาณนี้สอดคล้องกับสัญญาณจากกล่องดำ ดังนั้น สัญญาณเสียงครั้งใหม่ที่จับได้จากใต้มหาสมุทรอินเดีย น่าจะสะท้อนว่าการร่วมค้นหาของหลายประเทศทั้งทางเรือและเครื่องบิน เข้าใกล้เป้าหมายแล้ว

การค้นพบครั้งสำคัญนี้ ต้องแข่งกับเวลาที่เหลือน้อยของแบตเตอรี่เครื่องส่งสัญญาณในเครื่องบิน ซึ่งมีอายุการใช้งาน 30 วัน ของเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ซึ่งสูญหายไปตั้งแต่วันที่ 8 มี.ค.

พลอากาศเอกฮูสตันกล่าวว่า เครื่องตรวจจับสัญญาณที่ลากโดยเรือเดินสมุทร โอเชียน ชิลด์ ของกองทัพออสเตรเลีย จับสัญญาณที่มีความสอดคล้องกับสัญญาณจากกล่องดำของเครื่องบินได้เมื่อวันจันทร์ (7 เม.ย.)

"เรายังไม่พบเครื่องบินในขณะนี้ ทุกอย่างยังต้องการการยืนยันอีกครั้ง" ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานระบุ พร้อมอธิบายว่าข้อมูลที่ได้รับตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ทำให้มีกำลังใจขึ้น และเสริมว่า สัญญาณที่จับได้มีสองชุด ชุดแรกมีความยาว 2 ชั่วโมง 20 นาที อีกชุดหนึ่งมีความยาว 13 นาที

พลอากาศเอกฮูสตันชี้ว่า สัญญาณดังกล่าวน่าจะสอดคล้องกับสัญญาณจากเครื่องบันทึกข้อมูลการบินและเครื่องบันทึกเสียงจากห้องนักบิน พร้อมกล่าวว่า นี่เป็นข้อมูลที่ให้ความหวังมากที่สุดตั้งแต่เริ่มค้นหามา อาจเรียกว่าเป็นข้อมูลที่ดีที่สุดในขณะนี้

ทั้งนี้ เครื่องบันทึกข้อมูลทั้งสอง มีเครื่องบอกตำแหน่งแยกต่างหากกัน

เตรียมใช้เครื่อง"บลูฟิน-21"

นาวาตรีวิลเลียม มาร์ก แห่งกองเรือที่ 7 ของสหรัฐ กล่าวว่า สัญญาณชิ้นหนึ่งแรงขึ้นแล้วก็อ่อนลง สะท้อนว่าผู้ค้นหากำลังเข้าใกล้จุดแล้ว ซึ่งหากพิสูจน์หลักฐานได้อย่างชัดเจนหลังจากตรวจพบสัญญาณอีก อาจมีการนำ "บลูฟิน-21 ซึ่งเป็นอุปกรณ์หาวัตถุใต้น้ำด้วยคลื่นเสียง มาใช้ตรวจหาบริเวณใต้มหาสมุทร

"การตรวจจับสัญญาณได้ถือเป็นเรื่องน่ายินดี แต่ยังมีงานต้องทำอีกมาก และอาจใช้เวลาหลายวัน หลายสัปดาห์ หรืออาจหลายเดือน" นาวาตรีมาร์กกล่าว

ด้านพลอากาศเอกฮูสตัน กล่าวว่า การค้นหาอยู่ในพื้นที่ที่ตีกรอบแคบลงมา และหวังว่าจะนำไปสู่ข้อมูลสำคัญที่จะใช้ยืนยันว่าเครื่องบินตกลงสู่ผืนน้ำตรงนี้ได้ คณะค้นหายังต้องทำงานกันอย่างหนัก ในการยืนยันว่าเครื่องตกในบริเวณนี้จริงหรือไม่

ทั้งนี้ หลังจากข้อมูลจากดาวเทียมชี้ว่ามีความเป็นไปได้อย่างมากที่เครื่องบินจะตกน้ำในบริเวณนี้เมื่อวันอาทิตย์ (6 เม.ย.) จึงมีการขยับพื้นที่ค้นหาลงมาทางตอนใต้ ซึ่งบริเวณดังกล่าวห่างจากเส้นทางการบินสู่ปักกิ่งลงมาทางใต้อีกหลายพันกิโลเมตร

การสอบสวนของมาเลเซียเกี่ยวกับการหายไปของเครื่องบินลำดังกล่าว ถูกตั้งสมมติฐานว่าอาจเป็นการจี้เครื่องบิน การก่อวินาศกรรม หรือปัญหาทางจิตของผู้โดยสารหรือลูกเรือ แต่ยังไม่มีหลักฐานใดยืนยันสมมติฐานที่กล่าวมา

ที่ผ่านมายังไม่มีการพบซากเครื่องบิน กล่องดำหรือหลักฐานอื่นๆ จากเที่ยวบินเอ็มเอช 370 เป็นเหตุให้ญาติของผู้โดยสาร ซึ่งส่วนมากเป็นชาวจีน ต้องอดทนรอข้อมูลอย่างเป็นทุกข์มาโดยตลอด

ใช้เวลาพิสูจน์หลายวัน

พลอากาศเอกฮูสตัน กล่าวว่า ต้องมีการวิเคราะห์ข้อมูลล่าสุดอย่างระมัดระวัง เพราะวิตกว่าอาจจะกระทบจิตใจครอบครัวของผู้สูญหายและไม่อยากเป็นการสร้างความหวังล้มๆ แล้งๆ โดยเขากล่าวว่า ต้องใช้เวลาอีกหลายวันกว่าที่จะพิสูจน์ข้อมูลได้ว่าสัญญาณที่ตรวจจับได้ในครั้งนี้มาจากเที่ยวบินเอ็มเอช 370 หรือไม่

"ในมหาสมุทร ไม่มีอะไรทันใจ" พลอากาศเอกฮูสตันอธิบาย

ทั้งนี้ เรือโอเชียน ชิลด์ ใช้เครื่องตรวจจับสัญญาณกล่องดำ จากกองทัพเรือของสหรัฐ โดยเรือเดินสมุทรของออสเตรเลียและอังกฤษได้ออกค้นหาคนละด้าน ของพื้นที่รัศมี 240 กิโลเมตร ซึ่งวนมาบรรจบกันตอนที่ตรวจจับเสียงสัญญาณได้

เรือทั้งสองต้องแล่นไปอย่างช้าๆ เพื่อให้อุปกรณ์จับสัญญาณที่พ่วงอยู่สามารถทำการตรวจสอบที่ระดับความลึกกว่า 3,000 เมตรโดยละเอียด

ศูนย์ประสานงานการค้นหา (เจเอซีซี) กล่าวว่า ใช้เครื่องบินของกองทัพ 9 ลำ เครื่องบินพลเรือน 3 ลำ และเรืออีก 14 ลำ ในการออกตรวจสอบพื้นที่ค้นหา ที่ห่างไปทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองเพิร์ธ 2,000 ก.ม.

เรือจีนจับสัญญาณได้อีกจุด

ก่อนหน้านี้ เรือไห่ซัน 01 ของจีน จับสัญญาณเสียงได้ 2 ครั้ง ในจุดที่ห่างออกไป 300 ไมล์ทางทะเล ซึ่งเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าเป็นความถี่เดียวกับที่เครื่องบันทึกข้อมูลการบินและเครื่องบันทึกเสียงที่ห้องนักบินใช้ โดยเสียงสัญญาณที่ตรวจจับได้จากเรือเดินสมุทร โอเชียน ชิลด์ อยู่คนละจุดกับที่เรือจีนรายงานว่าตรวจจับสัญญาณได้

เจ้าหน้าที่กล่าวว่า เรือไห่ซัน 01 จับสัญญาณได้สองครั้ง ในวันเสาร์ (5 เม.ย.) และวันศุกร์ (5 เม.ย.) ซึ่ง 2 จุดนี้ไม่ห่างกันมากนัก

พลอากาศเอกฮูสตันกล่าวว่า ไห่ซัน 01 อยู่ในน้ำลึก 4.5 กิโลเมตร ซึ่งหมายความว่า หากพบว่าเครื่องบินจมอยู่ในพื้นที่นั้น ปฏิบัติการกู้ซากจะมีความยากลำบากอย่างมากและต้องใช้เวลายาวนาน พร้อมชี้ว่าตอนที่เที่ยวบิน 447 ของสายการบินแอร์ฟรานซ์ ตกในมหาสมุทรแอตแลนติกเมื่อปี 2552 ยังใช้เวลาถึง 2 ปีในการหากล่องดำซึ่งจมอยู่ที่ก้นมหาสมุทร หลังจากที่พบซากชิ้นส่วนเครื่องบิน

"ประเด็นสำคัญก็คือ ปฏิบัติการค้นหาในครั้งนี้ จัดทำกันโดยที่ไม่พบซากชิ้นส่วน และผมก็คิดว่าออกจะเกินธรรมดาไปหน่อย สิ่งที่ผมอยากเห็นที่สุดในขณะนี้คือซากชิ้นส่วน" พลอากาศเอกฮูสตัน กล่าว พร้อมเสริมว่า การเจอซากชิ้นส่วนยังคงเป็นภารกิจหลักในการระบุตำแหน่งของเครื่องโบอิง 777