นานาชาติระดมให้ความช่วยเหลือยูเครน ที่กำลังประสบวิกฤติการเงินอย่างหนัก หวั่นสี่ยงล้มละลาย
นายอาร์เซนีย์ ยาเซนยุค รักษาการนายกรัฐมนตรียูเครน แจ้งต่อรัฐสภาเมื่อวานนี้ (28 มี.ค.) ว่า ประเทศกำลังเสี่ยงล้มละลายทางทั้งนี้ เศรษฐกิจและการเงิน และกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ"ไอเอ็มเอฟ" ตกลงอนุมัติเงินกู้ช่วยเหลือยูเครนแล้ว 14,000-18,000 ล้านดอลลาร์ และสภาคองเกรสของสหรัฐผ่านร่างกฎหมายอนุมัติการค้ำประกันเงินกู้แก่ยูเครน 1,000 ล้านดอลลาร์
ความช่วยเหลือจากไอเอ็มเอฟมาพร้อมเงื่อนไขที่เข้มงวดทางเศรษฐกิจที่จะทำให้ชีวิตของคนยูเครนเปลี่ยนไป จากเดิมที่คุ้นเคยกับเงินอุดหนุนที่ได้รับมาสมัยสหภาพโซเวียตและสวัสดิการสังคม แต่การเคลื่อนไหวนี้ดูเหมือนจะปูทางสำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากการพึ่งพาความช่วยเหลือของรัสเซียไปสู่การใช้ระบบตลาดเสรีที่อาจทำให้ยูเครนมีความใกล้ชิดตะวันตกมากขึ้น
ข้อตกลงนี้จะเป็นหัวใจสำคัญในข้อตกลงฉบับรวมจากประเทศและหน่วยงานอื่น ซึ่งจะมีเม็ดเงินช่วยเหลือทั้งสิ้น 27,000 ล้านดอลลาร์ในช่วง 2 ปีหน้า โดยความช่วยเหลือจากตะวันตกกลายเป็นสิ่งจำเป็นต่อยูเครนหลังจากรัสเซียระงับเงินกู้ 15,000 ล้านดอลลาร์
ส่วนความคืบหน้าของการผนวกดินแดนระหว่างรัสเซียกับไครเมียนั้น สมาชิกรัฐสภาไครเมียจะเริ่มร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ภายใน 2 สัปดาห์ หลังการผนวกดินแดนกับรัสเซีย และรัฐสภารัสเซียจะดำเนินออกกฎหมายต่าง ๆ เพื่อให้ไครเมียอยู่ภายใต้ระบบกฎหมายของรัสเซียโดยคาดว่า ไครเมียจะเข้าร่วมรัฐสภารัสเซียภายในกลางเดือนหน้า และจะมีการจัดทำแผนงานเพื่อกำหนดให้ไครเมียเป็นเขตเศรษฐกิจ
ด้านสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติหรือยูเอ็น ผ่านมติที่ไม่มีข้อผูกพันทางกฎหมาย ด้วยคะแนนเสียง 100 ต่อ 11 เสียง ไม่ยอมรับการที่รัสเซียผนวกไครเมียเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของประเทศ ขณะที่ 58 ชาติงดออกเสียง และ 20 ชาติ ไม่เข้าร่วมลงคะแนนในมติดังกล่าว


