วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน 2569

Login
Login

'จิสด้า'โชว์ภาพวัตถุ300ชิ้นคาดซากMH370

'จิสด้า'โชว์ภาพวัตถุ300ชิ้นคาดซากMH370

"จิสด้า"เผยดาวเทียมไทยโชต พบวัตถุลอยน้ำกลางมหาสมุทรอินเดียกว่า300ชิ้น "อานนท์"ระบุ ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นวัตถุจากอะไร

ความคืบหน้าเหตุการณ์เครื่องบินสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่เอ็มเอช 370 สูญหายไปจากจอเรดาร์อย่างเป็นปริศนา ตั้งแต่วันที่ 8 มี.ค. และต่อมาวันที่ 24 มี.ค. นายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย แถลงว่าเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ได้ไปสิ้นสุดกลางมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ ซึ่งห่างไกลจากท่าอากาศยานหรือสนามบินใดๆ จึงเชื่อว่าไม่มีผู้ใดรอดชีวิตนั้น

ล่าสุด วานนี้ (27 มี.ค.) ที่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นายพีรพันธุ์ พาลุสุข รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมด้วย นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า แถลงถึงการหายไปของเครื่องบินสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบินเอ็มเอช 370 โดย นายพีรพันธุ์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีดาวเทียมไทยโชตที่หมุนรอบโลกอยู่ จึงดำเนินการให้ดาวเทียมไทยโชต ผ่านเข้าไปบริเวณที่ดาวเทียมของต่างประเทศค้นพบว่าน่าจะมีวัสดุอยู่บริเวณใดบ้างเมื่อคืนวันที่ 24 มี.ค. ที่ผ่านมา

พบวัตถุขนาดใหญ่ 300 ชิ้น

ปรากฏภาพชัดเจนว่าพบวัสดุหลายชิ้นบริเวณที่เลยจุดที่ดาวเทียมต่างประเทศพบก่อนหน้านี้ จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีว่าประเทศไทย จะร่วมมือกับประเทศมาเลเซีย ในการให้คำตอบที่ชัดเจนเกี่ยวกับเที่ยวบินนี้ ซึ่งตนเองได้รายงาน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม รวมถึงนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ ได้รับทราบแล้ว โดยจะส่งข้อมูลอย่างเป็นทางการให้กระทรวงการต่างประเทศมาเลเซียต่อไป

ด้านนายอานนท์ กล่าวอธิบายภาพถ่ายดาวเทียมที่ได้มาจากดาวเทียมไทยโชต ซึ่งผ่านการตรวจพิสูจน์แล้ว ว่า จิสด้าได้ดำเนินการสั่งควบคุม และสั่งการดาวเทียมไทยโชต เพื่อถ่ายภาพต่างๆ ตามที่ได้รับการร้องขอจากหน่วยงาน ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งขีดความสามารถนั้นถ่ายได้ทั้งโลก และตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ก็ได้ถ่ายภาพตามที่หน่วยงานต่างๆ จากต่างประเทศได้ชี้เป้า แต่ก็ไม่พบเพราะเป้าที่ชี้ค่อนข้างกระจัดกระจาย เริ่มจากทะเลจีนใต้ อ่าวไทย ทะเลอันดามัน ช่องแคบมะละกา จนในที่สุดเมื่อวันที่ 23 มี.ค. ที่ผ่านมา ได้รับข้อมูลประสานจากองค์การอวกาศของต่างประเทศว่า ควรจะต้องไปดูในมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ บริเวณตะวันเฉียงใต้ของประเทศออสเตรเลีย ห่างฝั่งจากเมืองเพิร์ธ ประมาณ 2,700 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าไกลมาก

จากนั้น วันที่ 24 มี.ค. ตามเวลากรีนิช UTC - 3 หรือประมาณ 10.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ได้สั่งถ่ายภาพบริเวณที่รัฐบาลมาเลเซียได้กำหนดชี้เป้า ปรากฏว่าพบกลุ่มวัตถุลอยน้ำ ขนาดความยาว 2 - 20 เมตร ขนาดความกว้าง 2 - 6 เมตร ซึ่งยังไม่สามารถจำแนกชัดเจนได้ว่าเป็นอะไร แต่จำนวนวัตถุมีจำนวนมาก คาดว่ามีถึง 300 ชิ้น มากกว่าที่มาเลเซียรายงานก่อนหน้านี้ว่ามีประมาณ 120 ชิ้น

ไม่ยืนยันชิ้นส่วนเอ็มเอช 370

อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งที่ดาวเทียมไทยโชต พบ จะต่างจากตำแหน่งที่มาเลเซียกำหนด คือ เลยไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ที่มาเลเซียกำหนดไปอีกประมาณ 200 กิโลเมตร ดังนั้น ตำแหน่งที่พบจึงไม่ตรงกันทีเดียว แต่อย่างน้อยถือว่ายังอยู่ในบริเวณเดียวกัน คือ มหาสมุทรอินเดียตอนใต้

“เนื่องจากความละเอียดของจุดภาพของดาวเทียมไทยโชต ไม่ได้ละเอียดมากพอที่จะออกมาชี้เหมือนเป็นภาพถ่ายจริงๆ เพียงแต่เราได้ตัดเอาสิ่งรบกวน เช่น คลื่นหรือเมฆออกไป เรามั่นใจว่าสิ่งที่พบเป็นวัตถุที่ลอยอยู่บนผิวน้ำจริง แต่จะเป็นวัตถุที่มาจากอะไรเรายังไม่กล้ายืนยันในตอนนี้ แต่โดยปกติในมหาสมุทรที่อยู่ห่างจากฝั่งมากขนาดนั้น ไม่ควรจะมีวัตถุแบบนี้ลอยอยู่อย่างแน่นอน ดังนั้น วัตถุนี้ต้องเกิดจากมนุษย์แน่ๆ แต่จะจากสาเหตุอะไรยังตอบไม่ได้ ต้องรอรัฐบาลมาเลเซียกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปสำรวจในพื้นที่ ซึ่งข้อมูลนี้จะช่วยให้การชี้เป้าของหน่วยงานที่ปฏิบัติงานภาคทะเล สามารถเข้าสู่เป้าหมายได้แม่นยำมากขึ้น” นายอานนท์ กล่าว

นายอานนท์ กล่าวต่อว่า จากนี้ต้องตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง เนื่องจากความถูกต้องเชิงตำแหน่งของการถ่ายภาพในมหาสมุทรเป็นเรื่องยากมาก เพราะไม่มีสถานีภาคพื้นดินเป็นตัวกำหนดความถูกต้องเชิงตำแหน่ง แต่เชื่อว่าความคลาดเคลื่อนไม่น่าจะเกิน 5 กิโลเมตร นอกจากนี้ สิ่งที่ต้องดำเนินการต่อ คือ การถ่ายซ้ำในพื้นที่เดิม ซึ่งขณะนี้ รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ ของไทย ได้ประสานไปยังรมว.ต่างประเทศ มาเลเซียแล้ว ว่าจะประสานเรื่องการส่งภาพนี้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลมาเลเซียต่อไป

ด้าน นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า การค้นพบจุดหรือพิกัดที่ดาวเทียมไทยโชตพบ คาดว่าน่าจะเป็นจุดที่เครื่องบินเอ็มเอช 370 ตก ซึ่งถือเป็นการจับภาพพบโดยบังเอิญ หรือฟลุ้คด้วยซ้ำไป เพราะว่าโดยปกติแล้ว ดาวเทียมดังกล่าวไม่เคยจับภาพหรือเคลื่อนตัวไปในบริเวณนั้น แต่เมื่อทราบข่าวว่าภาพถ่ายดาวเทียมจากฝรั่งเศส พบวัตถุ 122 ชิ้น ลอยกลางมหาสมุทรอินเดีย ห่างชายฝั่งเมืองเพิร์ธของออสเตรเลียไปราว 2,557 กิโลเมตร คาดว่าเป็นซากเที่ยวบินเอ็มเอช 370 จึงได้ให้ดาวเทียมไทยโชตไปจับภาพในจุดดังกล่าว

ระงับการค้นหาอีกครั้ง

สำหรับความพยายามของนานาชาติในการค้นหาเศษซากเครื่องบิน ต้องระงับไปอีกครั้งวานนี้ (27 มี.ค.) เป็นครั้งที่ 2 ในสัปดาห์นี้ เพราะสภาพอากาศเลวร้ายในมหาสมุทรอินเดีย จนเครื่องบินและเรือต้องออกจากพื้นที่ โดยกรมอุตุนิยมวิทยาออสเตรเลียเตือนว่าจะเกิดพายุและลมแรงในพื้นที่ค้นหาที่อยู่ห่างจากเมืองเพิร์ธ 2,500 กิโลเมตร

การค้นหาดำเนินไปอย่างเร่งด่วน หลังจากมีการเผยแพร่ภาพจากดาวเทียมล่าสุดเป็นวัตถุต้องสงสัยกว่า 100 ชิ้นลอยอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย อย่างไรก็ตาม สำนักงานความปลอดภัยทางน้ำของออสเตรเลียไม่ได้เปิดเผยว่าเครื่องบินหรือเรือพบวัตถุใดๆ หรือไม่

นักวิทย์หากล่องดำแอร์ฟรานซ์พร้อมช่วย

บริษัท เมทรอน ที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งเคยหาจุดที่เครื่องบินแอร์ฟรานซ์ตกมหาสมุทรแอตแลนติกเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา พร้อมจะช่วยเหลือในการค้นหาเที่ยวบินเอ็มเอช 370 โดย นายแวน เกอร์เลย์ หัวหน้าแผนกคณิตศาสตร์ประยุกต์ของเมทรอน กล่าวว่าบริษัทพยายามรวบรวมข้อมูลที่มีการเปิดเผยในที่สาธารณะเพื่อเริ่มทำการประเมิน และจะมอบข้อมูลนี้แก่ผู้ที่สนใจ

ในกรณีของเที่ยวบิน 447 ของแอร์ฟรานซ์ที่ตกเมื่อปี 2552 สำนักงานสอบสวนอุบัติเหตุทางอากาศของฝรั่งเศสได้ขอให้เมทรอนคำนวณหาจุดที่อยู่ของกล่องดำ ซึ่งเมทรอนสามารถคำนวณได้อย่างถูกต้อง จนกระทั่งโดรนใต้ทะเลกู้ขึ้นมาได้เมื่อปี 2554 แต่ในกรณีของแอร์ฟรานซ์นั้น มีการพบเศษซากเครื่องบินภายใน 1 สัปดาห์ หลังจากตกและการค้นหาจำกัดอยู่ในรัศมี 130 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นจุดเล็กๆ เท่านั้น เมื่อเทียบกับความกว้างใหญ่ของพื้นที่ในมหาสมุทรอินเดีย

เมทรอน มีสำนักงานใหญ่ในรัฐเวอร์จิเนียของสหรัฐ ก่อตั้งเมื่อปี 2525 มีผู้เชี่ยวชาญด้านคณิตศาสตร์ประยุกต์ บริษัทเคยวิเคราะห์คณิตศาสตร์ระดับสูงเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ด้านความมั่นคงของประเทศ อย่างระบบโซนาร์ ทั้งยังพัฒนารูปแบบค้นหาและกู้ภัยสำหรับหน่วยยามฝั่งสหรัฐโดยอาศัยทฤษฎีสมัยต้นศตวรรษที่ 18 ของนายโธมัส เบเยส นักสถิติและนักปรัชญาชาวอังกฤษ

เอฟบีไอใกล้กู้สำเร็จข้อมูลเครื่องฝึกบิน

นายเจมส์ โคมีย์ ผู้อำนวยการหน่วยสืบสวนสอบสวนกลางของสหรัฐ (เอฟบีไอ) กล่าวว่า เอฟบีไอใกล้เสร็จสิ้นการวิเคราะห์ข้อมูล จากเครื่องฝึกบินของนายซาฮารี อาห์หมัด ชาห์ นักบินเที่ยวบินเอ็มเอช 370 หลังจากเจ้าหน้าที่มาเลเซียขอให้เอฟบีไอช่วยเหลือในการกู้ไฟล์ที่ถูกลบไปจากฮาร์ดไดร์ฟของเครื่อง

นายโคมีย์ กล่าวว่า ผู้เชี่ยวชาญกำลังทำงานตลอด 14 ชั่วโมง ท่ามกลางความหวังว่าข้อมูลที่กู้มาได้ จะเป็นเบาะแสว่าเกิดอะไรขึ้นกับเที่ยวบินนี้ อย่างไรก็ตาม นายโคมีย์ ไม่ได้ระบุว่าจะมีการนำผลการวิเคราะห์มาเปิดเผยต่อสาธารณชนหรือไม่