"สวิส รี"เผยผลการศึกษา ระบุภัยพิบัติทั้งจากธรรมชาติและน้ำมือมนุษย์เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายทั่วโลกมูลค่า 140,00 ล้านดอลลาร์ในปี56
ในการสำรวจความเสียหายจากภัยพิบัติประจำปี สวิส รี ชี้ให้เห็นว่า ความเสียหายโดยรวมในปี 2556 ลดลงจากที่เคยสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 196,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2555 ปีที่พายุเฮอริเคนแซนดี้พัดถล่มสหรัฐ จากความเสียหายมูลค่า 140,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2556 ความเสียหายที่ทำประกันไว้คิดเป็น 45,000 ล้านดอลลาร์
ภัยพิบัติที่แพงที่สุดสำหรับผู้รับประกันคืออุทกภัยครั้งใหญ่ทางตอนกลางและตอนเหนือของยุโรปในเดือนพ.ค.และมิ.ย.ปีที่แล้ว ที่เยอรมนี สาธารณรัฐเช็ก ฮังการี และโปแลนด์ ได้รับความเสียหายมากที่สุด ความเสียหายทางเศรษฐกิจโดยรวมจากอุทกภัยครั้งนี้สูงถึง 16,500 ล้านดอลลาร์ บริษัทรับประกันคุ้มครอง 4,100 ล้านดอลลาร์
ขณะที่ประเทศร่ำรวยเรียกร้องเงินประกันแพงที่สุดในภัยพิบัติครั้งเดียว ประเทศกำลังพัฒนายังคงต้องจำใจยอมรับทั้งการสูญเสียชีวิตและความเสียหายทางเศรษฐกิจโดยรวม ในปี 2556 มีผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติครั้งใหญ่ถึง 26,000 คน ในประเทศกำลังพัฒนาเพิ่มขึ้นจาก 14,000 คนในปี 2555
เอเชียซึ่งเหมือนกับภูมิภาคยากจนแห่งอื่น ๆ ที่ประชากรเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้นทำประกัน ได้รับความเสียหายหนักที่สุด พายุไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนที่ทั้งลม ฝน และคลื่นซัดฝั่งถล่มฟิลิปปินส์เมื่อเดือนพ.ย. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตหรือสูญหายราว 7,500 คน ประชาชนไร้ที่อยู่อาศัยอีกกว่า 4 ล้านคน สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ 12,500 ล้านดอลลาร์ มีประกันคุ้มครองเพียง 1,500 ล้านดอลลาร์
สวิสรีเสนอว่า อุตสาหกรรมประกันภัยจำเป็นต้องคิดใหม่ถึงวิธีที่จะช่วยจัดการกับผลกระทบจากภัยพิบัติทั่วโลกที่กว้างขวางขึ้น ช่องว่างการคุ้มครอง หรือความแตกต่างระหว่างความเสียหายโดยรวมกับความเสียหายที่มีประกันคุ้มครอง มากขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดช่วง 40 ปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ สวิสรียังแสดงความกังวลว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่เกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก คาดว่าจะทำให้สภาพอากาศสุดขั้วเกิดขึ้นบ่อยครั้งและรุนแรงขึ้น


