วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

มือถือพลิกโฉมภูฎานสู่ยุคไฮเทค

ภูฏานมีประชากรเพียง 750,000 คน แต่เครือข่ายโทรศัพท์มือถือทั้งสองค่ายของประเทศกลับมีผู้รับบริการถึง 550,000 คน

ในฐานะประเทศสุดท้ายของโลกที่มีโทรทัศน์ดู และใช้ความสุขของประชากรเป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จของประเทศ ภูฏานอาจถูกมองว่าปฏิเสธเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือ แต่ในความเป็นจริงแล้ว จำนวนโทรศัพท์มือถือในประเทศนี้กลับเพิ่มขึ้นเร็วมาก บางคนถึงขนาดชีวิตขาดสมาร์ทโฟนไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

ภูฏานมีประชากรเพียง 750,000 คน แต่เครือข่ายโทรศัพท์มือถือทั้งสองค่ายของประเทศกลับมีผู้รับบริการถึง 550,000 คน ตัวเลขทางการล่าสุดในปี 2555 ระบุว่า ชาวภูฏานกว่า 120,000 เล่นอินเทอร์เน็ตบนมือถือ

ประเทศที่มีประชากรเบาบางแห่งนี้เพิ่งมีโทรทัศน์ดูครั้งแรกเมื่อปี 2542 ในตอนนั้น ครัวเรือนที่มีไฟฟ้าใช้มีไม่ถึง 25% แต่การลงทุนมหาศาลด้านไฟฟ้าพลังน้ำในช่วง 15 ปีถัดมา ทำให้ปัจจุบันเกือบจะทุกครัวเรือนในภูฏานมีไฟฟ้าใช้แล้ว

การเปลี่ยนแปลงวิถีการดำรงชีวิตอย่างรุนแรงมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงระบบการเมืองที่รวดเร็วพอ ๆ กัน กษัตริย์ภูฏานทรงสละอำนาจสูงสุด เปิดทางให้มีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยในปี 2551 โดยในการเลือกตั้งทั่้วไปครั้งที่ 2 เมื่อปีที่แล้ว นายเชอริง ต็อบเกย์ อดีตข้าราชการมากบารมี ได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

นายต็อบเกย์มองว่า เทคโนโลยีเป็นเรื่องดี และสามารถสร้างความมั่งคั่งให้ภูฏานได้ โดยมือถือเพิ่งจะกลายเป็นความจริงเมื่อ 10 ปีก่อน และชาวภูฏานก็ตอบรับดีมาก แทบทุกคนมีโทรศัพท์มือถือใช้ ขณะที่เฟซบุ๊กของนายกรัฐมนตรีมีผู้ติดตามกว่า 25,000 คนแล้ว

ด้านบรรณาธิการนิตยสารรายปักษ์ "เดอะ ภูฏานนิสต์" นายเทนซิง ลัมซัง กล่าวว่า ภูฏานกำลังกระโดดจากยุคศักดินาไปสู่ยุคใหม่เลยโดยไม่ผ่านยุคอุตสาหกรรม และโซเชียลมีเดียมีบทบาททางบวกในสังคมประชาธิปไตยที่ยังอ่อนประสบการณ์ ในฐานะวิธีสร้างความตระหนักรู้ในประเด็นหลากหลายของรัฐบาล

ปัจจุบันมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก 80,000 คน และเพิ่มจำนวนขึ้นทุกวัน ชี้ให้เห็นว่าเพียงแค่ระยะเวลาสั้น ๆ อินเทอร์เน็ตได้รับความนิยมรวดเร็วแค่ไหน

ขณะที่จำนวนครัวเรือนที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ยังคงมีจำกัด อินเทอร์เน็ตคาเฟ่ในภูฏานกลับเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว พนักงานบริษัทนอร์ลิง ไซเบอร์ เวิลด์ ในกรุงทิมพู "นายจิกมี ทามัง" กล่าวว่า ช่วงที่ธุรกิจดีที่สุดคือช่วงที่นักเรียนต้องการตรวจผลการสอบ หลังจากนั้นก็ลงทะเบียนออนไลน์เพื่อศึกษาต่อ แต่ก็กังวลเล็กน้อยเรื่องโทรศัพท์มือถือเพิ่มจำนวนขึ้น เพราะว่าหากคนเล่นอินเทอร์เน็ตได้เอง พวกเขาก็จะไม่มาใช้อินเทอร์เน็ตคาเฟ่อีก

ด้านนักเรียนมัธยมปลายวัย 18 ปี "นายสุราจ บิสวา" เล่าว่า สมาร์ทโฟนเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในชีวิตเขา เขาใช้มือถือเล่นอินเทอร์เน็ต เข้าเฟซบุ๊ก และใช้ซอฟต์แวร์นานาชนิดตกแต่งภาพ

สุราจยังใช้เฟซบุ๊กคุยกับเพื่อน และญาติที่อยู่ต่างแดนด้วย ซึ่งถ้าหากปราศจากอินเทอร์เน็ต เขาคงไม่สามารถติดต่อกับคนเหล่านั้นได้