วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยูเอ็นจี้โลกเร่งกู้สิ่งแวดล้อมก่อนสายเกิน

นักวิทยาศาสตร์แห่งองค์การสหประชาชาติ เผยรายงานฉบับล่าสุด กระตุ้นสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม ก่อนที่มนุษย์จะถูกธรรมชาติลงโทษด้วยน้ำท่วมและมหันตภัย

นักวิทยาศาสตร์แห่งคณะทำงานระหว่างประเทศ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ หรือ ไอพีซีซี เตรียมนำเสนอรายงานฉบับล่าสุด ในที่ประชุมไอพีซีซี ณ เมืองโยโกฮามาของญี่ปุ่นในวันจันทร์หน้า (31 มีค.) เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการเยียวยาสิ่งแวดล้อมในอนาคตอันใกล้

นายคริส ฟิลด์ นักวิทยาศาสตร์แห่งสถาบันคาร์นีกี หนึ่งในคณะทำงานของไอพีซีซี กล่าวว่า คณะทำงานมองเห็นภาพที่ชัดเจน เกี่ยวกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบต่อความมั่นคง

หากอุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้นระหว่าง 0.3-4.8 องศาเซลเซียสในศตวรรษนี้ และผนวกกับการที่อุณหภูมิโลกสูงขึ้น 0.7 องศาเซลเซียส ในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม เมื่อศตวรรษที่แล้ว จะทำให้น้ำทะเลสูงขึ้นระหว่าง 26-82 เซนติเมตร ภายในปี 2643 และอุณหภูมิที่สูงขึ้นทุกๆ 0.5 องศาเซลเซียส จะส่งผลให้เกิดความสูญเสียในเศรษฐกิจโลกราว 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

ด้านนายจาคอป เชเว แห่งสถาบันวิจัยผลกระทบของสภาพอากาศ (พีไอเค) แห่งเยอรมนี ระบุว่า การประเมินผลกระทบของนักวิทยาศาตร์ในปัจจุบัน ยังอยู่ต่ำกว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นจริงในอนาคต

นักวิทยาศาสตร์ของไอพีซีซี ประเมินว่าในอนาคต หากไม่สามารถควบคุมการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลกได้ จะก่อให้เกิดพิบัติภัยนานับประการตั้งแต่ น้ำท่วมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชียและยุโรป ภัยแล้งโดยการที่อุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้นทุก 1 องศาเซลเซียส จะทำให้แหล่งน้ำจืดสำหรับประชากรโลกราว 7% สูญหายไปประมาณ 5%

ขณะที่ น้ำทะเลหนุนสูง จะทำให้ประชากรริมชายฝั่งหลายร้อยล้านคน ต้องอพยพย้ายถิ่นภายในปี 2643 และเกาะเล็กๆทางตะวันออก ตะวันออกเฉียงใต้ และ เอเชียใต้จะสูญหายไปในทะเล