วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คาด15ปีส่งออกสินค้าไฮเทคโตอันดับ 1

"เอชเอสบีซี"ระบุการส่งออกผลิตภัณฑ์ไฮเทคจะเติบโตเร็วกว่าการส่งออกสินค้าประเภทอื่นๆภายใน 15 ปีข้างหน้า

ธนาคารรายใหญ่ของอังกฤษ "เอชเอสบีซี" ระบุ การส่งออกผลิตภัณฑ์ไฮเทคจะเติบโตเร็วกว่าการส่งออกสินค้าประเภทอื่น ๆ ภายใน 15 ปีข้างหน้า เนื่องจากประเทศเอเชียเกิดใหม่ เปลี่ยนฐานะจากการเป็นแหล่งรวมการผลิตต้นทุนต่ำสำหรับแบรนด์ต่างชาติ และการพัฒนาสินค้าท้องถิ่นให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น

รายงานการค้าโลก ฉบับล่าสุดของเอชเอสบีซี แสดงให้เห็นว่า ปริมาณสินค้าไฮเทคมีแนวโน้มจะสูงกว่า 25% ของสินค้าที่ซื้อขายกันภายในปี 2573 เทียบกับปี 2556 ที่มีสัดส่วน 22% โดยคาดว่า มูลค่าการซื้อขายสินค้าทั่วโลก จะเพิ่มขึ้นในระดับเฉลี่ยที่ 8% ต่อปี ตั้งแต่ปี 2557 ถึง 2573 ด้วยปริมาณสินค้าไฮเทคที่เพิ่มขึ้นราว 9% ต่อปี ขณะที่แร่เชื้อเพลิงจะเพิ่มขึ้น 5% ต่อปี และวัตถุดิบเพิ่มขึ้นราว 6%

ข้อมูลขององค์การการค้าโลก หรือ ดับเบิลยูทีโอ แสดงให้เห็นว่า เชื้อเพลิงและผลิตภัณฑ์แร่เป็นสินค้าประเภทที่มียอดส่งออกเติบโตเร็วที่สุดในช่วงระหว่างปี 2552 ถึง 2555 ตามมาด้วยผลิตภัณฑ์เกษตร ขณะที่ยอดส่งออกอุปกรณ์ในออฟฟิศ และการสื่อสารเพิ่มขึ้น 27% ในช่วงเวลาดังกล่าว

เอชเอสบีซี ระบุด้วยว่า การเพิ่มขึ้นอย่างมากในอนาคตของปริมาณสินค้าไฮเทค จะได้รับแรงหนุนจากความเป็นสากลของซัพพลายเชน เนื่องจากชิ้นส่วนสำหรับผลิตภัณฑ์ไฮเทคเคลื่อนย้ายไปมาข้ามพรมแดนหลายประเทศ ขณะที่บรรดาบริษัทในเอเชีย จะช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่งชาติตะวันตก

เอชเอสบีซี คาดการณ์ว่า ภายในปี 2573 จีนจะส่งออกสินค้าไฮเทค เป็นปริมาณกว่าครึ่งหนึ่งของการซื้อขายทั่วโลก ส่วนฮ่องกง และสหรัฐจะยังคงอยู่ในอันดับที่ 2 และ 3 แม้ว่าจะมีส่วนแบ่งตลาดลดลง ขณะที่เกาหลีใต้ จะเป็นผู้ส่งออกสินค้าไฮเทคอันดับที่ 4 แทนที่สิงคโปร์

จีน ซึ่งเป็นบ้านเกิดของผู้ผลิตสมาร์ทโฟน รายใหญ่อันดับ 3 ของโลกอย่าง "หัวเว่ย เทคโนโลยี" และผู้ผลิตคอมพิวเตอร์พีซีรายใหญ่อันดับ 1 อย่าง "เลอโนโว กรุ๊ป" เพิ่มงบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนาแล้ว เช่นเดียวกับมาเลเซีย โดยจีน มียอดส่งออกสินค้าไฮเทคในปี 2556 ในสัดส่วน 36.5% ตามมาด้วยฮ่องกง 13% ส่วนสหรัฐมาเป็นอันดับ 3 ที่ 9.6% เมื่อปี 2543 สหรัฐ เคยเป็นผู้ส่งออกสินค้าไฮเทคอันดับ 1 ของโลก ด้วยส่วนแบ่งตลาด 29.2%