ชาติตะวันตกเตรียมคว่ำบาตรรัสเซีย หลังไครเมียจ่อร่วมรัสเซีย ขณะผลประชามติระบุ ประชาชนลงคะแนนเสียงท่วมท้นแยกตัวจากยูเครน
ไครเมีย เตรียมเข้าร่วมรัสเซียอย่างเป็นทางการ หลังการลงประชามติปรากฏว่าชาวไครเมียที่ส่วนใหญ่พูดภาษารัสเซีย ลงคะแนนเสียงท่วมท้น 96.6% ให้แยกตัวจากยูเครน ขั้นตอนจากนี้คือ สภาไครเมียจะประชุมกันเพื่ออนุมัติการรวมเข้ากับรัสเซียอย่างเป็นทางการ อันเป็นกระบวนการที่อาจใช้เวลาหลายเดือน ทั้งยังเผชิญความไม่แน่นอนเพราะไครเมียพึ่งพายูเครนอยู่มาก
นายเซอร์กีย์ อักส์โยนอฟ ที่ประกาศตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรีไครเมีย ชมเชยการลงประชามติว่าเป็นช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ แต่ชาวไครเมียทุกคน ไม่ได้ดีใจกับการกลับไปอยู่กับรัสเซีย โดยชุมชนชาวทาทาร์ ซึ่งถูกสตาลินเนรเทศมาเอเชียกลาง คว่ำบาตรการลงประชามติเสียส่วนใหญ่
นายโอเลกซานเดอร์ เทอร์ชีนอฟ รักษาการประธานาธิบดียูเครน ซึ่งรัสเซียไม่ได้ให้การยอมรับ กล่าวว่าผลการลงประชามติได้รับการวางแผนล่วงหน้ามาแล้วจากรัสเซียและเป็นการสร้างความชอบธรรมในการส่งทหารรัสเซียเข้ามา
ทั้งนี้ ในการลงประชามตินั้น ประชาชนต้องเลือกว่าจะกลับไปอยู่กับรัสเซีย หรือกลับไปใช้รัฐธรรมนูญปี 2535 ที่ทำให้ไครเมียเป็นรัฐอิสระของยูเครน แต่ไม่มีข้อที่ระบุให้ไครเมียคงสถานะเดิมหรือดินแดนปกครองตนเองของยูเครน
ด้านนานาชาติประณามการลงประชามติครั้งนี้ ซึ่งอาจเป็นการร่างแผนที่ใหม่ของยุโรปนับจากโคโซโวประกาศอิสรภาพจากเซอร์เบียเมื่อปี 2551 โดยสหภาพยุโรป (อียู) กล่าวว่าการลงประชามติดังกล่าวผิดกฎหมายและไม่ชอบธรรม ดังนั้นจึงไม่ยอมรับผลการลงประชามติ
คาดว่า รัฐมนตรีต่างประเทศยุโรปจะออกมาตรการคว่ำบาตร รวมถึงงดออกวีซาและอายัดทรัพย์สินบรรดาผู้นำระดับสูงของรัสเซีย แต่คาดว่าจะไม่กระทบต่อสมาชิกรัฐบาลกรุงมอสโก
ด้านประธานาธิบดีบารัก โอบามาแห่งสหรัฐ ได้โทรศัพท์ถึงประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินแห่งรัสเซีย พร้อมบอกว่าการลงประชามติของไครเมียมีขึ้นภายใต้การข่มขู่ด้านการแทรกแซงทางทหารจากรัสเซีย และสหรัฐกับประชาคมโลก จะไม่ให้การยอมรับผลการลงประชามติ พร้อมขู่ว่ารัสเซีย ต้องเผชิญการสูญเสียเพิ่มเติมหลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้วสหรัฐงดออกวีซ่าแก่ผู้ที่คุกคามอธิปไตยและบูรณาการด้านดินแดนของยูเครน


