วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แกะรอยปริศนา'เอ็มเอช 370'

การสูญหายของเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส เป็นเวลากว่า 1 สัปดาห์ ก่อให้เกิดคำถามมากมาย

โดยตำรวจได้ตรวจสอบลูกเรือและผู้โดยสารทุกคนบนเที่ยวบินนี้ รวมถึงวิศวกรที่อาจติดต่อกับเครื่องบินก่อนเครื่องขึ้นบิน

ย้อนหลังไปหนึ่งวันหลังจากเครื่องบินสูญหาย ประธานบริษัทฟรีสเกล เซมิคอนดักเตอร์ ในรัฐเทกซัส กล่าวว่าพนักงานของบริษัท 20 คน โดยสารไปกับเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ประกอบด้วยพนักงาน 12 คนจากมาเลเซีย และอีก 8 คนจากจีน

ขณะที่บีบีซีรายงานว่าในบรรดาผู้โดยสาร 227 คนและลูกเรือ 12 คนนั้นมีเชื้อชาติต่างกัน 14 เชื้อชาติ 153 คนเป็นคนจีน โดยนอกจากชาวอิหร่าน 2 คนที่ใช้หนังสือเดินทางปลอมและอยากไปใช้ชีวิตใหม่ในยุโรปแล้ว ยังมีกลุ่มศิลปินจีน 24 คนและอีก 5 คนที่ร่วมเดินทางไปด้วยในจำนวนนี้มีชาวอุยกูร์ 1 คน ทั้งยังมีชาวแคนาดาเชื้อสายอินเดียที่ทำงานกับบริษัทเอกซ์โคลของสหรัฐ และปู่เคยเป็นรัฐมนตรีอินเดียที่เสียชีวิตในอุบัติเหตุทางเครื่องบิน

ส่วนชาวอเมริกัน 1 ใน 3 คนที่ไปกับเที่ยวบินนี้ คือนายฟิลิป วูด ผู้บริหารบริษัทไอบีเอ็ม นอกจากนั้นยังมีนายพอล วีคส์จากนิวซีแลนด์ที่เคยเป็นทหารและกำลังจะเริ่มงานใหม่ในตำแหน่งวิศวกรเครื่องกล ทั้งยังมีชาวมาเลเซียที่กำลังเดินทางไปประจำกับสาขาของกระทรวงการค้ามาเลเซียในกรุงปักกิ่ง และมีนายจู คุน ผู้เชี่ยวชาญศิลปป้องกันตัวซึ่งเคยรับบทสตันท์แมนแทนเจต ลี

ตำรวจกล่าวว่าการค้นบ้านนายซาฮารี อาห์หมัด ชาห์ นักบินวัย 53 ปี พบเครื่องฝึกบินที่ซับซ้อนอยู่ในบ้านแต่ไม่มีอะไรน่าสงสัย โดยนายซาฮารีเป็นคนชื่นชอบการบินมาก และมักใช้เวลาหลายชั่วโมงฝึกบินกับเครื่องที่ติดตั้งไว้ที่บ้าน ซึ่งสามารถฝึกบินและลงจอดในสภาพต่างๆ กันได้

สายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์สกล่าวว่าไม่เชื่อว่านายซาฮารีจะวินาศกรรมเครื่องบินตัวเอง

เฟซบุ๊คของนายซาฮารี สะท้อนว่าเขาไม่ค่อยชอบรัฐบาล ขณะก่อนหน้าเครื่องบินหายไปวันเดียว นายอันวาร์ อิบราฮิม แกนนำฝ่ายค้าน ถูกตัดสินคดีวิตถารทางเพศและถูกจำคุก 5 ปี หนังสือพิมพ์เดลีเมลของอังกฤษรายงานอ้างแหล่งข่าวตำรวจที่อ้างว่านายซาฮารี จี้เครื่องบินตัวเองหลังจากไม่พอใจที่นายอันวาร์ถูกตัดสินว่ามีความผิด อย่างไรก็ตาม พรรคยุติธรรมประชาชนของนายอันวาร์ กล่าวว่าเป็นเรื่องไม่ยุติธรรมที่จะดึงพรรคเข้าไปเกี่ยวข้องกับเที่ยวบินเอ็มเอช 370

ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัก กล่าวว่าเครื่องบินบินไปถึง 7 ชั่วโมงยังจุดหมายที่ไม่ชัดเจนว่าเป็นที่ใด โดยข้อมูลจากดาวเทียมระบุว่าเครื่องบินอาจบินไปทางเหนือยังคาซักสถานหรือเติร์กเมนิสถานในเอเชียกลาง หรือมุ่งใต้ไปยังมหาสมุทรอินเดีย

ผู้เชี่ยวชาญการบินชี้ว่าหากเครื่องบินพยายามมุ่งหน้าขึ้นเหนือ ก็ไม่น่าจะบินผ่านน่านฟ้าอินเดีย หรือประเทศอื่นๆ อย่างอัฟกานิสถาน และปากีสถานไปได้โดยไม่ถูกเรดาร์ทหารตรวจพบ

เจ้าหน้าที่หอควบคุมการบินอินเดีย ระบุว่าไม่น่าเป็นไปได้ที่เครื่องบินจะมาทางเหนือ เพราะเป็นไปไม่ได้ที่จะบินผ่านน่านฟ้าอินเดียไปคาซักสถานโดยไม่ถูกตรวจจับ แม้ในกรณีที่เรดาร์พลเรือนในเมืองกัลกัตตาอาจตรวจจับไม่ได้ แต่เรดาร์ทหารจะตรวจจับได้แน่นอน เพราะกองทัพอากาศอินเดียมีเรดาร์หลายแห่งทั่วประเทศ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะตรวจไม่เจอเลยสักเรดาร์

คำกล่าวของนายนาจิบเท่ากับตัดทิ้งทฤษฎีก่อนหน้านี้ว่าอาจเป็นผลจากเครื่องยนต์ล้มเหลว หรือระเบิดกลางอากาศ แต่ก่อให้เกิดทฤษฎีใหม่คือการถูกจี้ อาจมีการพยายามก่อการร้าย หรือนักบินหรือพนักงานบนเครื่องอาจลงมือเอง ซึ่งไม่ชัดเจนว่าสันนิษฐานข้อไหนมีน้ำหนัก