วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เศรษฐกิจจีนชะลอกระทบราคาวัตถุดิบ

การชะลอตัวทางเศรษฐกิจของจีน ได้ส่งผลกระทบต่อราคาวัตถุดิบบางประเภท ตั้งแต่ทองแดง ไปจนถึงแร่เหล็ก และถ่านหิน

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ราคาทองแดงร่วงไปแตะระดับต่ำสุดนับแต่เดือนมิถุนายน 2553 เป็นต้นมา ทำให้ราคาช่วง 1 ปีนับถึงปัจจุบันลดลงไปแล้ว 12% ส่วนราคาแร่เหล็กในสัปดาห์นี้ร่วงไป 8.1% หลังจากที่ดิ่งลงไปแตะระดับต่ำสุดนับแต่เดือนตุลาคม 2555 ในช่วงต้นสัปดาห์

โบรกเกอร์โภคภัณฑ์อาวุโส จากอาร์เจโอ ฟิวเจอร์ส "นายบ็อบ ฮาเบอร์กอร์น" ระบุว่า คำอธิบายที่ดีที่สุดสำหรับความรู้สึกในตลาดขณะนี้ คือ "ปั่นป่วน" ทุกฝ่ายต่างเข้าใจถึงสาเหตุที่ราคาร่วงลง แต่ไม่มีใครบอกได้ว่า จุดต่ำสุดของการร่วงลงครั้งนี้จะอยู่ในระดับใด

ที่ผ่านมา แร่เหล็ก และทองแดง ถือเป็นมาตรวัดเศรษฐกิจจีน ซึ่งเป็นผู้บริโภคสินแร่ทั้ง 2 ชนิดนี้ รายใหญ่สุดของโลก ซึ่งผู้จัดการพอร์ทลงทุน จากดับเบิลไลน์ แคปิตัล "นายเจฟฟรีย์ เชอร์แมน" ชี้ว่า แม้เศรษฐกิจจีนจะยังขยายตัว แต่สิ่งที่ตลาดโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตลาดเหล็ก มองเห็น คือ ระดับการเติบโตที่ลดลง

นายเชอร์แมน บอกด้วยว่า ตลอดช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา กองทุนของเขาเลือกที่จะไม่เข้าลงทุนในตลาดโภคภัณฑ์ พร้อมลดการถือครองหุ้นจีนมาตั้งแต่ช่วงต้นปีแล้ว

อย่างไรก็ดี ยังมีโภคภัณฑ์ ที่พึ่งพาความต้องการในตลาดจีน ไม่ได้รับผลกระทบจากการเติบโตที่ลดลง หนึ่งในนั้น คือ ถั่วเหลือง ที่มีราคาทะยานขึ้นมาอยู่ในระดับใกล้เคียงระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน โดยนับตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว จนถึงสิ้นเดือนมกราคาที่ผ่านมา สหรัฐส่งออกถั่วเหลืองไปจีนเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้านี้ถึง 28%

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ และนักลงทุนบางราย ระบุว่า ราคาทองแดง และแร่เหล็กที่ร่วงลงเมื่อเร็วๆ นี้ เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะไม่มีแนวโน้มที่ทางการจีนจะปล่อยให้ตลาดตราสารหนี้เปิดกว้างอย่างเต็มที่ ซึ่งนายแดเนียล โรเซน จากบริษัทวิจัย "โรเดียม กรุ๊ป" ในนิวยอร์ก สหรัฐ ชี้ว่า รัฐบาลจีนยังมีอิทธิพลอย่างมากต่อความต้องการที่แท้จริง และต่อการทำงานของตลาดการเงิน โดยสิ่งสุดท้ายที่รัฐบาลจีนอยากเห็นคือ ภาวะวิกฤติ

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์จากเครดิต สวิส กรุ๊ป ประเมินว่า ความต้องการแร่เหล็กโลกจะเพิ่มขึ้น 7.6% ในปีนี้ ขณะที่การบริโภคทองแดงน่าจะขยับขึ้น 4.5% ซึ่งถือเป็นการชะลอตัวลงมา จากอัตรากดารเติบโตที่ 8.3% และ 5.7% ในปีที่แล้ว

ราคาโภคภัณฑ์ที่ร่วงลง ยังส่งผลกระทบต่อบรรดาบริษัทเหมืองแร่ด้วย ซึ่งนายจิมมี วิลสัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายแร่เหล็ก จากบีเอชพี บิลลิตัน ผู้ผลิตแร่เหล็กรายใหญ่สุดอันดับ 3 ระบุว่า บรรดาเทรดเดอร์ มีมุมมองว่า เมื่อราคาโภคภัณฑ์ร่วงลง พวกเขาก็จะต้องทำทุกอย่างที่จะทำได้ รวมถึง การเทขายหุ้นของบริษัทผู้ผลิตด้วย

นายวิลสัน ยังแสดงความเชื่อมั่นว่า ราคาแร่เหล็ก จะฟื้นตัวขึ้นมาแน่นอน เพราะการผลิตเหล็กในจีน ซึ่งเขาคาดว่า จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1,100 ล้านตัน ภายในปี 2568 จากระดับ 780 ล้านตันเมื่อปีที่แล้ว