รัสเซียปฏิเสธที่จะถอนทหารออกจากเขตปกครองตนเองไครเมียของยูเครน ตามข้อเรียกร้องของประธานาธิบดีบารัก โอบามา แห่งสหรัฐ
รัสเซียปฏิเสธที่จะถอนทหารออกจากเขตปกครองตนเองไครเมียของยูเครน ตามข้อเรียกร้องของประธานาธิบดีบารัก โอบามา แห่งสหรัฐและสมาชิกสภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ โดยอ้างว่าเป็นสิทธิ์ของรัสเซียที่จะปกป้องผลประโยชน์ของชาติและประชากรที่พูดภาษารัสเซียแม้ว่าพวกเขาจะอาศัยในยูเครนก็ตาม
เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติ "นายวิทาลี เชอร์กิน" กล่าวว่า รัฐบาลรักษาการชุดใหม่ของยูเครนต้องหนีจากภาพลักษณ์การเป็นพวกนิยมความรุนแรงให้ได้ และเตือนว่าการกระทำเหล่านี้จะทำให้สถานการณ์ยุ่งยากกว่าเดิม นอกจากนี้ เขายังกล่าวหาชาติตะวันตกโดยเฉพาะสหรัฐว่าเข้ามาแทรกแซงการประท้วงตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา และบอกว่าการที่รัสเซียต้องเข้าไปแทรกแซงในเขตปกครองตนเองไครเมียนั้นก็เนื่องจากชาวไครเมียได้ร้องขอไปยังรัสเซียเอง
ขณะเดียวกันเมื่อช่วงเช้าวานนี้ (2 มี.ค.) บริเวณด้านนอกของสภาแห่งไครเมียซึ่งขณะนี้ได้เชิญธงชาติรัสเซียขึ้นบนยอดอาคาร ได้มีชายแต่งชุดทหารพร้อมอาวุธซึ่งคาดว่ามาจากรัสเซียเข้าควบคุมอยู่โดยรอบ และในบริเวณใกล้เคียงกันได้มีกลุ่มผู้สนับสนุนรัสเซียออกมาเดินขบวนประท้วงอยู่ด้วย ตรงข้ามกับผู้คนที่ต่อต้านการเข้าแทรกแซงของรัสเซียบริเวณจัตุรัสเอกราชใจกลางกรุงเคียฟที่บอกว่าต้องการการสนับสนุนจากนานาชาติมากกว่าแค่การแสดงความเป็นห่วง
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เอกอัครราชทูตยูเครนประจำสหประชาชาติ "นายยูรีย์ เซอร์เกเยฟ" ได้ร้องขอสหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศส และจีนให้มีการประชุมฉุกเฉินคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน เพื่อหาทุกวิถีทางที่เป็นไปได้ในการหยุดรัสเซียให้ถอนกำลังทหารนับหมื่นนายที่เขตปกครองตนเองไครเมียออกไปจากพื้นที่ อย่างไรก็ตาม รัสเซียในฐานะสมาชิกถาวรของคณะมนตรีมีสิทธิ์ที่จะวีโต้และขัดขวางทุกมาตรการที่จะมีผลกระทบต่อประเทศ
ด้านเลขาธิการสหประชาชาติหรือยูเอ็น "นายบัน คี-มูน" ได้เร่งให้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ตั้งโต๊ะเจราจากับทางการยูเครนที่กรุงเคียฟโดยทันที
ขณะนี้ประชากร 46 ล้านคนของยูเครนกำลังแตกออกเป็น 2 ฝ่ายอย่างชัดเจนระหว่างกลุ่มที่สนับสนุนรัสเซียทางภาคตะวันออกซึ่งมีพรมแดนติดกับรัสเซีย กับกลุ่มที่สนับสนุนสหภาพยุโรปทางตะวันตกของประเทศ





