สหรัฐประณามรัฐบาลเผด็จการที่ใช้กำลังทหารปราบปรามผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยที่เกิดขึ้นทั่วโลก
นายจอห์น แคร์รีรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐกล่าวระหว่างการเปิดเผยรายงานสิทธิมนุษยชนประจำปีว่า การต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีขั้นพื้นฐาน และความดีงามในการปฏิบัติต่อเพื่อนมนุษย์ เป็นแรงผลักดันแห่งประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติ แต่ปี 2556 เป็นปีที่สำคัญปีหนึ่งในการต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิและเสรีภาพมากขึ้น ในหน้าประวัติศาสตร์ยุคใหม่
ทั้งนี้ กระทรวงต่างประเทศสหรัฐจัดทำดัชนีเป็นรายประเทศ เพื่อเผยแพร่เนื่องในโอกาสครบรอบ 65 ปีของปฏิญญาสากลสิทธิมนุษยชน ซึ่งรายงานระบุว่า หลังผ่านมา 60 ปี ประชากรโลกกว่าหนึ่งในสามยังมีชีวิตอยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการ ขณะที่สิทธิตามกฎหมายกับความจริงในชีวิตประจำวันของหลายประเทศในโลก ยังมีความแตกต่างกันอยู่มาก
รายงานดังกล่าวยังเน้นย้ำถึงการที่ประเทศประชาธิปไตยเกิดใหม่ ซึ่งเกิดขึ้นจากปรากฏการณ์อาหรับสปริง กำลังปราบปรามภาคประชาสังคม มีการจับกุมและกักขังผู้ประท้วงในบาห์เรน ที่เรียกร้องให้กษัตริย์ปฏิรูปรัฐธรรมนูญ โดยผู้ชุมนุมบางคนถูกทำร้ายร่างกายระหว่างถูกกักขังด้วย
ด้านอียิปต์ถูกวิจารณ์อย่างหนัก กรณีโค่นล้มรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ง มีการเข่นฆ่าและทำร้ายร่างกายอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งในบรรดาชาติอาหรับนั้น อียิปต์ละเมิดสิทธิมนุษยชนมากที่สุด
นอกจากนี้ จีนควบคุมอินเทอร์เน็ตอย่างเข้มงวดขึ้น และเดินหน้าปราบปรามผู้ประท้วงต่อต้านการทุจริต รวมทั้งนักกิจกรรมกลุ่มอื่น ๆ ที่เวียดนาม มีการใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติอย่างคลุมเครือ เพื่อควบคุมเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ส่วนที่รัสเซียยังคงปิดกั้นการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างต่อเนื่อง


