วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ออสซี่กับยุคไร้อุตฯยานยนต์

ท่าทีอันแข็งกร้าวของนายกรัฐมนตรีโทนี แอบบอตต์แห่งออสเตรเลีย ที่ไม่เข้าอุ้มอุตสาหกรรมที่ประสบปัญหา

ก่อให้เกิดแนวคิดที่แตกต่างกันในรัฐบาลแนวทางอนุรักษ์นิยมของเขา และเสี่ยงที่จะส่งผลเสียต่อรัฐบาล

คำประกาศของบริษัทโตโยต้ามอเตอร์ ผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น ว่าจะยุติการผลิตในออสเตรเลียภายในปี 2560 ยิ่งเพิ่มความวิตกเกี่ยวกับผลกระทบทางการเมืองผลจากการดำเนินท่าทีแข็งกร้าว ซึ่งพรรคแรงงานอันเป็นฝ่ายค้าน ตำหนิว่าเป็นสาเหตุให้คนหลายพันต้องตกงาน

ในด้านหนึ่งนั้น ตำแหน่งงานในภาคอุตสาหกรรมการผลิตที่เสียไป ได้ตอกลิ่มความเห็นที่แตกต่างระหว่างรัฐบาลกับบรรดาสหภาพแรงงาน ซึ่งกล่าวหาว่านายแอบบอตต์ห่วงใยหลักการทางการคลังแบบเดิมๆ มากกว่าคิดที่จะปกป้องตำแหน่งงานในประเทศ

ในอีกด้านหนึ่ง กระบวนการตัดสินใจที่อยู่ในมือของรัฐมนตรีสำคัญๆ เพียงไม่กี่คน ทำให้บางฝ่ายรู้สึกว่าไม่มีส่วนร่วม สภาพการณ์ดังกล่าวมีขึ้นในช่วงที่นายแอบบอตต์กำลังดำเนินการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง

แผนการยุติผลิตรถยนต์ของโตโยต้า ถือเป็นจุดจบของออสเตรเลียในฐานะฐานการผลิตรถยนต์ที่ครั้งหนึ่งเคยคึกคัก โดยก่อนหน้านี้บริษัทเจเนอรัลมอเตอร์ส (จีเอ็ม) และฟอร์ด ประกาศว่าจะยุติการผลิตรถในออสเตรเลียเช่นเดียวกัน การเคลื่อนไหวเหล่านี้หมายถึงการสูญงานทั้งโดยตรงและอย่างอ้อมๆ หลายพันตำแหน่ง ผลจากต้นทุนที่สูงและค่าเงินที่แข็งค่าซึ่งส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการผลิต

ทั้งนี้ โตโยต้ากล่าวว่าการผลิตยวดยานและเครื่องยนต์จะยุติลงช่วงปลายปี 2560 ก่อนหน้านี้จีเอ็มกล่าวว่าโรงงานโฮลเดน ซึ่งจ้างพนักงาน 2,900 คน จะยุติการผลิตในออสเตรเลียภายในปี 2560 หลังจากผลิตมากว่า 60 ปี ขณะที่เมื่อ 5 ปีที่แล้ว มิตซูบิชิได้ปิดโรงงานในเมืองอเดเลดไปแล้ว ด้านฟอร์ดก็จะยุติการผลิตในออสเตรเลียที่ไม่ทำกำไรในปี 2559

เหตุการณ์เหล่านี้เป็นบททดสอบรัฐบาลอนุรักษ์นิยมของนายแอบบอตต์ ซึ่งพยายามบริหารสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวของออสเตรเลียอันมีมูลค่า 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ หลังจากการลงทุนด้านเหมืองที่้เฟื่องฟูมาสิบปี เริ่มถึงจุดอิ่มตัว โดยนับตั้งแต่ขึ้นบริหารประเทศเมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลพรรคอนุรักษ์นิยมได้เข้มงวดเรื่องการให้ความช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรม ล่าสุดได้เตือนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่ายุคของการนำเงินภาษีประชาชนไปช่วยเหลือในด้านต่างๆ นั้น ปิดฉากลงแล้ว

นายแอบบอตต์กับนายโจ ฮอคกี รัฐมนตรีคลัง เลือกที่จะยืนหยัดในเรื่องนี้ และอ้างถึงวินัยการคลัง ในยามที่เผชิญความเห็นที่แตกต่างออกไปจากบรรดารัฐมนตรี รวมถึงนายสกอตต์ มอร์ริสสัน รัฐมนตรีคนเข้าเมือง และนายบาร์นาบี จอยซ์ รองหัวหน้าพรรคเนชันแนล ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม ไม่เพียงผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่เท่านั้นที่ประสบปัญหาในการดำเนินธุรกิจ เพราะบริษัทบรรจุผลไม้กระป๋อง อาร์ดโมนา ที่เคยขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลกลาง 25 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ก็ได้รับการปฏิเสธไปเมื่อเดือนที่แล้ว

ศาสตราจารย์ริค คูห์น แห่งภาควิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยออสเตรเลีย ระบุว่าการตัดสินใจไม่ต่อสู้เพื่อดึงอุตสาหกรรมรถยนต์ไว้ ส่งผลกระทบในวงกว้างนอกเหนือจากผู้เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์โดยตรง ตัวชี้วัดถึงผลกระทบที่สำคัญอยู่ที่ว่าเหตุการณ์นี้ จะมาบรรจบกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในประเทศหรือไม่ อุตสาหกรรมเหมืองกำลังชะลอตัว ซึ่งหากการชะลอตัวสืบเนื่องจากเหตุการณ์นี้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และไปบรรจบกับการลอยแพคนงานในภาคอุตสาหกรรมการผลิต เรัฐบาลจะเผชิญสถานการณ์ที่ยากลำบากในระยะยาว