หลังเกิดเหตุภูเขาไฟ เคลุด ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของเกาะชวา อินโดนีเซีย ปะทุครั้งใหญ่เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เริ่มกลับสู่ภาวะปกติ
ทางการยังไม่อนุญาตให้ชาวบ้านราวแสนคนที่ลี้ภัยกลับบ้าน ขณะที่ตัวเลขของผู้เสียชีวิตยังอยู่ที่ 4 ราย
หลังเหตุการณ์ผ่านไป 2 วัน สนามบินในเมืองเซมารังและสายการบินแห่งชาติ "การุนดา แอร์ไลนส์" ได้กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อวานนี้ ส่วนอีก 6 แห่งที่ได้รับผลกระทบยังคงปิดให้บริการต่อไปเนื่องจากมีการวิตกกันว่าเถ้าถ่านที่ลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศอาจเป็นอันตรายต่อเครื่องยนต์ของเครื่องบินได้
จากจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด 4 ราย มี 2 รายที่เสียชีวิตเพราะสูดควันเข้าไป ขณะที่รายที่สามถูกกำแพงถล่มทับ และรายสุดท้ายถูกหลังคาพังถล่มลงมาทับร่างเสียชีวิต ศูนย์บรรเทาภัยพิบัติแห่งชาติอินโดนีเซียยืนยันว่าเหยื่อทั้ง 4 รายอยู่ภายในรัศมี 7 กิโลเมตรจากปากปล่องภูเขาไฟซึ่งหมู่บ้านแถบนั้นมีเถ้าถ่านปกคลุมไปทั่วหนาถึง 8 นิ้ว และยังได้รับความเสียหายจากก้อนหินขนาดใหญ่ด้วย
การปะทุเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาทำให้ทางการต้องเพิ่มระดับการเตือนภัยสู่ขั้นสูงสุด และมีคำสั่งให้อพยพชาวบ้านราว 1 แสนคนที่อยู่ภายในรัศมี 10 กิโลเมตรออกจากพื้นที่ทันที แต่ในวันต่อมาวีดีโอที่ได้จากบริเวณใกล้ปล่องภูเขาไฟได้แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์เริ่มมีท่าทีสงบลง
ภูเขาไฟ "เคลุด" ลูกนี้ปะทุครั้งล่าสุดเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ขณะที่การปะทุในปี 2533 ได้ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 30 รายและมีผู้บาดเจ็บหลายร้อยคน


