"ออกซ์แฟม"เผยผลกระทบร้ายแรงของความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้กลุ่มคนรวยที่สุดของโลกบั่นทอนกระบวนการประชาธิปไตย
องค์กรการกุศล "ออกซ์แฟม" เผยรายงานก่อนหน้าการประชุม "เวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรั่ม" ที่เมืองดาวอสในสวิตเซอร์แลนด์ว่า ชนชั้นนำในหลายประเทศใช้กฎหมายเพื่อประโยชน์ของตนเอง ซึ่งเป็นการบั่นทอนระบอบประชาธิปไตย และสร้างช่องว่างความเหลื่อมล้ำไปทั่วโลก
ออกซ์แฟมระบุในบทนำของรายงานฉบับใหม่หัวข้อความไม่เท่าเทียมระหว่างคนรวยกับคนจนว่า ปัจจุบัน ความเหลื่อมล้ำไปไกลเกินกว่าจะควบคุมได้ โดยคนรวยที่สุดของโลก 85 คนครองความมั่งคั่งถึงครึ่งหนึ่งของประชากรโลก
รายงานดังกล่าวแสดงให้เห็นถึง "ผลกระทบร้ายแรง" ของความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งช่วยให้กลุ่มคนรวยที่สุดของโลกบั่นทอนกระบวนการประชาธิปไตยและออกนโยบายต่าง ๆ ที่เอื้อผลประโยชน์ของตนเองพร้อมกับทำให้ส่วนรวมเสียหาย
ความเหลื่อมล้ำในปัจจุบันเกิดขึ้นในช่วงที่มีกระแสความกังวลในหลายประเทศทั่วโลก ขณะที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ของสหรัฐยังให้ความสำคัญกับนโยบายลดช่องว่างความมั่งคั่งในการบริหารประเทศสมัยที่สอง นอกจากนี้ รัฐบาลชุดใหม่ของจีนภายใต้การนำของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เริ่มปราบปรามผลประโยชน์ต่างตอบแทนและสิทธิเศษของชนชั้นนำ ขณะที่เยอรมนีก็เตรียมที่จะปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศ
ออกซ์แฟมระบุว่า ในช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา กลุ่มคนรวยสามารถออกนโยบายต่าง ๆ รวมไปถึงการผ่อนคลายกฎระเบียบทางการเงิน แหล่งหลบภาษีและการปกปิดบัญชีทรัพย์สิน การทำธุรกิจแบบผูกขาด การลดอัตราภาษีสำหรับผู้มีรายได้และการลงทุนสูง และการตัดงบหรือลงทุนน้อยกว่าที่ควรจะเป็นในระบบบริการสาธารณะสำหรับคนส่วนใหญ่
ที่ประชุมเวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรั่ม ออกมาเตือนเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนถือเป็นปัจจัยเสี่ยงใหญ่ที่สุดในปี 2557 ซึ่งมีแนวโน้มที่จะสร้างความเสียหายร้ายแรงไปทั่วโลกในอีก 10 ปีข้างหน้า





