"เจพี มอร์แกน เชส" ประกาศกำไรไตรมาส 4 ปีที่แล้วลดลง 7% ผลกระทบจากค่าใช้จ่ายที่สูงมากเกี่ยวกับด้านกฎหมายและการยุติคดี
เจพี มอร์แกน เผยว่า ในไตรมาส 4 ของปี 2556 ธนาคารมีกำไร 5,300 ล้านดอลลาร์ ลดลงจากระดับ 5,700 ดอลลาร์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน่าปี 2555 ขณะที่รายได้ในไตรมาสดังกล่าว มีจำนวน 24,100 ล้านดอลลาร์ ลดลง 1.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า
ตัวเลขรายได้ที่ลดลงมานี้ เป็นผลมาจากการที่ธนาคารต้องจ่ายเงินราว 20,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อไกล่เกลี่่ยคดีกับเจ้าหน้าที่คุมกฎระเบียบของสหรัฐ ตั้งแต่ต้นปี 2556 เป็นต้นมา
เงินจำนวนนี้รวมถึง 13,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อไกล่เกลี่ยข้อกล่าวหา สร้างความเข้าใจผิดให้กับนักลงทุน ในเรื่องหุ้นที่มีสินทรัพย์จดจำนองค้ำประกันจนเกิดความเสียหายหลายพันล้านดอลลาร์ และอีก 1,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อจัดการกับการถูกดำเนินคดีในฐานะหย่อนยานเรื่องการควบคุมดูแลพนักงาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการขาดทุนครั้งมโหฬาร จากฝีมือของเทรดเดอร์ที่ได้รับฉายาว่า "วาฬแห่งลอนดอน"
ล่าสุด ธนาคารยังประกาศจ่ายเงินอีก 1,100 ล้านดอลลาร์เพื่อไกล่เกลี่ยคดีฟ้องร้องอีกจำนวนหนึ่ง รวมถึง การละเลย ไม่ยอมรายงานธุรกรรมการเงินต้องสงสัยเข้าข่ายทุจริตของนายเบอร์นาร์ด เมดอฟฟ์อดีตประธานกรรมการตลาดหุ้นแนสแด็ก ที่ถูกตัดสินโทษจำคุกสูงสุด 150 ปี จากข้อหาฉ้อโกงเงินมูลค่าสูงถึง 17,000 ล้านดอลลาร์


