นายกรัฐมนตรีตูนิเซียยอมลาออกจากตำแหน่งเมื่อวานนี้ เพื่อยุติความขัดแย้งทางการเมืองและเหตุการณ์ไม่สงบตลอดหลายเดือน
นายกรัฐมนตรี อาลี ลาเรเอ็ด ประกาศลาออกจากตำแหน่ง พร้อมกับกล่าวแสดงความหวังว่าตูนิเซียจะเป็นแบบอย่างของการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย
ประธานาธิบดีมอนเซฟ มาร์ซูกี ได้มอบหมายให้นายเมห์ดี โจมา อดีตรัฐมนตรีอุตสาหกรรมและวิศวกร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทน และจะมีการประกาศรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งจะทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งทั่วไปในปีนี้ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่
รัฐบาลชุดนี้ถือเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้่งตามระบอบประชาธิปไตยครั้งแรก หลังจากประธานาธิบดี ซีเน เอล อาบิดีน เบน อาลี ผู้นำเผด็จการ ถูกโค่นลงจากอำนาจด้วยพลังประชาชน อันเป็นจุดเริ่มต้นของกระแสการปฏิวัติอาหรับสปริง เมื่อเกือบ 3 ปีก่อน
การลาออกของนายลาเรเอ็ดเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงที่จัดทำโดยคนกลาง เพื่อให้กระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยเดินหน้าต่อไปได้ หลังเกิดเหตุกลุ่มหัวรุนแรงลอบสังหาร ส.ส.ฝ่ายค้าน นายโมฮาเหม็ด บราห์มี เมื่อกลางปีที่แล้ว จนส่งผลกระทบต่อกระบวนการลงมติรับรองรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทำให้ล่าช้านานหลายเดือนเพราะสมาชิกฝ่ายค้านคว่ำบาตรไม่เข้าร่วมประชุมสภา
แต่ตามข้อตกลงนี้จะทำให้มีการลงมติเห็นชอบรัฐธรรมนูญได้ทันกำหนดเส้นตายในวันที่ 14 ม.ค. ซึ่งเป็นวันครบรอบ 3 ปีที่ผู้นำเผด็จการถูกโค่นอำนาจ
ตูนิเซียเผชิญเหตุประท้วงและความวุ่นวายทางสังคมมาตลอดเกือบ 3 ปีนี้ เพราะไม่พอใจที่รัฐบาลไม่สามารถปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น และมีความใกล้ชิดกับกลุ่มหัวรุนแรงมากเกินไป แต่รัฐบาลปฏิเสธ และก่อนการลาออก นายลาเรเอ็ดได้สั่งระงับกฎหมายขึ้นภาษีรถยนต์ฉบับใหม่ ที่เดิมจะเริ่มมีผลบังคับใช้ภายในปีนี้ หลังกฎหมายเป็นชนวนเหตุให้เกิดการประท้วงทั่วประเทศ





