การนัดหยุดงานประท้วงเพื่อขอขึ้นค่าแรง เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำอุตฯตัดเย็บเสื้อผ้าและทำรองเท้าเสียหายกว่า 275 ล้านดอลลาร์
นายกสมาคมผู้ผลิตเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มแห่งกัมพูชา "นายฟาน ซู่ เล่ง" เปิดเผยว่า กลุ่มแรงงานที่หยุดงานประท้วงเพื่อขอขึ้นค่าแรง ทำให้กระบวนการผลิตต้องหยุดชะงักลง ส่งผลให้ยอดขายที่คาดว่าจะได้รับ หายไปประมาณ 200 ล้านดอลลาร์ และทรัพย์สินเสียหายคิดเป็นมูลค่าราว 75 ล้านดอลลาร์ รวมแล้วคิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 275 ล้านดอลลาร์
นายเหลง ระบุว่า การประท้วง ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายดังกล่าว ส่งผลกระทบให้โรงงานผลิตเสื้อผ้าทั่วทั้งประเทศ ต้องยุติการผลิตลงชั่วคราว สร้างความหวั่นวิตกให้กับนักลงทุนหน้าใหม่ที่สนใจเข้ามาลงทุนในกัมพูชา รวมทั้งยังทำให้อุตสาหกรรมตัดเย็บเสื้อผ้าของประเทศตกอยู่ใต้ความเสี่ยง
ทั้งนี้ ในฐานะตัวแทนของผู้ประกอบธุรกิจ เขาเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ลูกค้าต่างเตรียมตัวเรียกร้องค่าเสียหายจากโรงงานที่ไม่สามารถผลิตสินค้าส่งมอบได้ทันเวลาหรือที่ยกเลิกคำสั่งซื้อ รวมไปถึงมีความเป็นไปได้ว่า ลูกค้าอาจพิจารณาลดปริมาณการสั่งซื้อลง 20 - 30% ในปีนี้
ขณะที่ ปัจจุบัน อุตสาหกรรมผลิตเครื่องแต่งกายและรองเท้าของกัมพูชา มีโรงงานมากกว่า 900 แห่ง มีการจ้างพนักงานประมาณ 600,000 คน ถือเป็นภาคธุรกิจที่ทำรายได้จากการส่งออกสูงสุดของประเทศ ด้วยรายได้รวมในปีที่แล้วราว 5,000 ล้านดอลลาร์
ทางด้านโฆษกประจำกระทรวงแรงงาน "นายเฮง ซอร์" กล่าวว่า โรงงานส่วนใหญ่กลับมาเปิดทำการผลิตได้อีกครั้งหนึ่งเรียบร้อยแล้ว หลังรัฐบาลตัดสินใจใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม ซึ่งเขายืนยันว่า ณ ขณะนี้ สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ และไม่มีการประท้วงหลงเหลืออยู่แต่อย่างใด





