ประชาชนนับหมื่นคน ออกมาชุมนุมประท้วงค่าครองชีพแพงขึ้น ในเมืองหลวงของมาเลเซีย สร้างความกังวลให้กับรัฐบาลที่กำลังหาทางลดภาระหนี้สินลง
ผู้ชุมนุมที่แต่งกายชุดดำหลายพันคนได้มารวมตัวกันที่จัตุรัสใจกลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อคืนนี้ เพื่อประท้วงที่ราคาน้ำมันและสินค้าอื่น ๆ ปรับตัวสูงขึ้นจนกระทบกับค่าครองชีพ สร้างแรงกดดันให้กับรัฐบาลมาเลเซียที่กำลังพยายามลดหนี้สินภาครัฐลง โดยการประท้วงที่จัตุรัสเอกราชที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ครั้งนี้ ถือเป็นการท้าทายเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สั่งห้ามชุมนุมและทำให้การจัดงานฉลองปีใหม่ต้องกร่อยลงไป
อย่างไรก็ตาม การประท้วงได้ยุติลงหลังจากผ่านพ้นวันใหม่ในเวลาเที่ยงคืน โดยไม่มีเหตุรุนแรงแต่อย่างใด ซึ่งทางแกนนำกล่าวว่า มีผู้ร่วมชุมนุมราว 15,000 คน ขณะที่ตำรวจระบุว่า มีผู้เข้าร่วมเพียง 5,000 คน ทั้งนี้ กลุ่มผู้ประท้วงได้พร้อมใจกันสวมเสื้อยืดสีดำและสวมหน้ากากขาว "กายฟอล์ก" เรียกร้องให้ทางการปรับลดราคาสินค้าลง
ทางด้านประธานกลุ่มเคลื่อนไหวเอกภาพนักศึกษามาเลเซีย "นายบูไครี โซเฟียน" กล่าวว่า การออกมาชุมนุม คือ การส่งสัญญาณไปยังรัฐบาลและหวังว่าผู้บริหารประเทศจะตระหนักถึงความไม่พอใจของประชาชน รวมทั้งฟังความต้องการของผู้คนจำนวนมากที่อยากเห็นค่าครองชีพลดลง ทั้งยังชี้ว่า ปัจจุบัน มาเลเซียมีการทุจริตคอร์รัปชันมากเกินไปแล้ว
ขณะที่ นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค แห่งมาเลเซีย กล่าวเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ว่า การตัดสินใจตัดลดเงินอุดหนุนราคาน้ำมันและน้ำตาล ซึ่งเป็นเงินงบประมาณหลายพันล้านดอลลาร์ และการปรับเพิ่มราคาสินค้าหลายรายการ เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องดำเนินการ
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นทันที 10.5% หลังรัฐบาลมาเลเซียประกาศมาตรการยกเลิกอุดหนุนราคา ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่กันยายน 2553 เช่นกันกับอัตราค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นประมาณ 15%


