วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เงินผิดกฎหมายในประเทศกำลังพัฒนาเพิ่มขึ้น

จีเอฟไอเผยเงินผิดกฎหมายในประเทศกำลังพัฒนาเพิ่มขึ้น รวมกันเฉียด 1 ล้านล้านดอลลาร์ในปี"54

"โกลบอล ไฟแนนเชียล อินทิกริตี้" หรือจีเอฟไอ เปิดเผยรายงานล่าสุดว่า ประเทศกำลังพัฒนาสูญเสียเงินจากการฉ้อโกง การคอร์รัปชัน และธุรกรรมในธุรกิจมืด รวมกันเฉียด 1 ล้านล้านดอลลาร์ ในปี 2554

จีเอฟไอ กลุ่มธุรกิจที่ศึกษาด้านมูลค่าการคอร์รัปชันจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐ ระบุว่า เงินผิดกฎหมายดังกล่าว ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา 150 ประเทศ มีมูลค่าถึง 946,700 ล้านดอลลาร์ ในปี 2554 เพิ่มขึ้น 13.7% จากปีก่อนหน้า ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เงินช่วยเหลือพัฒนาเศรษฐกิจในประเทศกำลังพัฒนาทุก 1 ดอลลาร์ จะกลายเป็นเงินนอกระบบเหล่านี้ถึง 10 ดอลลาร์

นายเรย์มอนด์ เบเกอร์ ประธานบริหารจีเอฟไอ ระบุว่า ขณะที่เศรษฐกิจโลกประสบกับภาวะซบเซา จากวิกฤติการเงินที่ผ่านมา มูลค่าของเงินผิดกฎหมายก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมีการไซฟ่อนเงินในประเทศกำลังพัฒนาเพิ่มขึ้นทุกปี

ทั้งนี้ ปัญหาดังกล่าว ได้รับความสนใจจากผู้นำประเทศเศรษฐกิจชั้นนำ 20 ประเทศหรือกลุ่ม "จี 20" ที่กำลังพยายามกอบกู้เศรษฐกิจจากภาวะตกต่ำช่วงปี 2551 - 2552 และเผชิญกับช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวยที่ห่างกันมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยผู้นำชาติชั้นนำเหล่านี้แก้ปัญหาด้วยการจับกุมการเลี่ยงภาษีและตรวจสอบโครงสร้างองค์กรที่ถูกใช้เพื่อการฟอกเงินหรือซุกซ่อนทรัพย์สินของอาชญากร

รายงานฉบับนี้ชี้ว่า ภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ มีมูลค่าเงินนอกกฎหมายเพิ่มขึ้นสูงสุด โดยช่วงระหว่างปี 2545 - 2554 เพิ่มขึ้น 31.5% ตามมาด้วยซับ-ซาฮาร่า แอฟริกา เพิ่มขึ้น 20.2% ขณะที่เอเชียมีมูลค่าเงินที่สูญเสียไปกับเงินนอกกฎหมายสูงที่สุด คิดเป็น 40% ของมูลค่าเงินผิดกฎหมายในประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลกที่มีมูลค่า 5.9 ล้านล้านดอลลาร์