วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'หุ้น-บาท'แกว่งรอทิศทางการเมืองหลัง5ธ.ค.

การเมืองยังกดดัน'หุ้น-ค่าบาท' นักลงทุนต่างชาติยังขายต่อเนื่อง โบรกเกอร์คาดหลังวันที่ 5 ธ.ค. ทิศทางชัดเจนขึ้น

ตลาดหุ้นวานนี้ (4 ธ.ค.) ปิดตลาดปรับตัวลดลง 7.26 จุดมาอยู่ที่ระดับ 1,376.63 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 27,334 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างประเทศยังคงขายสุทธิ 2,846 ล้านบาท

นายปริญทร์ กิจจาทรพิทักษ์ ผู้บริหารสายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์และกลยุทธ์การลงทุน บล.เคทีบี(ประเทศไทย)กล่าวว่า ภาพรวมตลาดหุ้นยังแกว่งตัวในกรอบแคบ ลักษณะรอให้ผ่านพ้นช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธ.ค.ไปก่อนว่าปัจจัยในเชิงการเมืองจะมีความชัดเจนมากขึ้นอย่างไร

ทั้งนี้ สถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองของไทยที่ดำเนินมามากกว่า 2 เดือนยังไม่คลี่คลาย แม้ว่ารัฐบาลเสนอให้มีการตั้งเวทีเสวนาทางออกประเทศ หลังวันที่ 5 ธ.ค. แต่กลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลยังยืนยันชุมนุมต่อไป

ทั้งนี้ มองหลังวันที่ 5 ธ.ค.ทิศทางการเมืองน่าจะชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.)โดยน่าจะเห็นพัฒนาการในเชิงการเจรจา และต้องจับตาว่านายกรัฐมนตรีจะออกมาตอบรับข้อเสนอสภาประชาชนอย่างไร หลังจากจะขอพิมพ์เขียวไปหารือนักวิชาการ ซึ่งอาจจะนำไปสู่การยุบสภาหรือลาออก

ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังขายต่อเนื่อง เพราะเป็นช่วงที่มีตัวเลือกในการลงทุน ไม่ได้มีแค่ประเทศไทย ในฝั่งเศรษฐกิจสหรัฐก็ดีขึ้นและยุโรปก็ผ่านจุดเลวร้ายมาแล้ว ดังนั้น สถานการณ์ที่มีความเสี่ยงทางการเมืองไทย ทำให้นักลงทุนเลือกที่จะหมุนเงินไปตลาดอื่น

ด้านนายพิชัย เลิศสุพงศ์กิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด บล.ธนชาต กล่าว ตลาดรอความชัดเจนทางการเมือง หลังวันที่ 5 ธันวาคม ทิศทางการเมืองจะเป็นอย่างไร รวมทั้งตลาดโลกก็ยังคงมีความกังวลเรื่องมาตรการคิวอี

นายพิชัย กล่าวอีกว่า ในช่วงที่ผ่านมานักลงทุนสถาบันในประเทศยังคงมีภาพ การซื้อสุทธิต่อเนื่องในตลาดหุ้นไทย ส่วนหนึ่งเป็นผลจากเม็ดเงินกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ(RMF) ที่มีเข้ามาในช่วงนี้ แต่เชื่อว่า เม็ดเงินที่เข้ามา จะไม่มากเมื่อเทียบกับในช่วง 2-3 ปีก่อน เพราะน่าจะมีนักลงทุนบางส่วนทยอยลงทุนไปบ้างในช่วงก่อนหน้านี้

ด้านนักบริหารเงินจากธนาคารพาณิชย์ กล่าวว่า ค่าเงินบาทวานนี้เปิดตลาดที่ระดับ 32.18-32.19 บาทต่อดอลลาร์ ระหว่างวันเงินบาทปรับตัวอ่อนค่าลงต่อเนื่องจนมาถึงระดับ 32.26-32.27 บาทต่อดอลลาร์จากแรงซื้อดอลลาร์ในต่างประเทศ ปัจจัยที่มีผลต่อความเคลื่อนไหวของเงินบาทวานนี้กลับเข้าสู่ภาวะปกติที่สถานการณ์ในต่างประเทศเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนตลาด โดยวานนี้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ดันให้ค่าเงินภูมิภาครวมถึงค่าเงินบาทอ่อนค่าลง ตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ปรับตัวดีขึ้น

สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทยังมีโอกาสที่จะอ่อนค่าลงได้อีกแม้ในขณะนี้จะอยู่ระหว่างการเว้นวรรคทางการเมืองแต่ตลาดยังจับตาความเคลื่อนไหวในวันที่ 6 ธ.ค.นี้ เนื่องจากเชื่อว่าเหตุการณ์ไม่น่าจะยุติลงได้โดยง่าย และอาจยืดเยื้อซึ่งจะเป็นปัจจัยที่กดดันเงินบาทให้อ่อนค่าลงได้อีก โดยคาดว่าเงินบาทจะอยู่ในกรอบ 32.20-32.40 บาทต่อดอลลาร์