อินโดนีเซียจะส่งผู้แทนไปหารือเกี่ยวกับการสร้างกฎกติกาเรื่องความร่วมมือข่าวกรอง และทางออสเตรเลียก็ได้ขานรับข้อเสนอแล้ว
ประธานาธิบดีสุสิโล บัมบัง ยูโดโยโน ของอินโดนีเซีย ประกาศว่า จะส่งนายมาร์ตี นาตาเลกาวา รัฐมนตรีต่างประเทศหรือทูตพิเศษไปออสเตรเลีย เพื่อหารือสร้างระเบียบปฏิบัติว่าด้วยความร่วมมือด้านต่าง ๆ รวมถึงการแบ่งปันข่าวกรอง การทหารและตำรวจ หลังจากเมื่อสัปดาห์ก่อนรัฐบาลได้ลดระดับความร่วมมือทางทหารกับออสเตรเลีย เพื่อตอบโต้กรณีมีข่าวว่าออสเตรเลียดักฟังโทรศัพท์มือถือของเขาและภริยา ตลอดจนรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ของอินโดนีเซียเมื่อปี 2552 และเรียกเอกอัครราชทูตประจำกรุงแคนเบอร์รากลับประเทศด้วย
ผู้นำอินโดนีเซียเปิดเผยด้วยว่า นายกรัฐมนตรีโทนี แอบบอตต์ ของออสเตรเลีย ได้รับจดหมายจากเขาที่มีเนื้อหาแสดงความห่วงใยต่อปัญหาที่เกิดขึ้น และสนับสนุนข้อเสนอของเขาที่จะปรับโครงสร้างความสัมพันธ์ของสองประเทศใหม่ ที่จะรวมถึงเรื่องข้อมูลข่าวกรอง และการจัดทำพิธีสารและระเบียบปฏิบัติที่จะช่วยสร้างความไว้วางใจระหว่างสองประเทศ
นอกจากนี้ นายแอบบอตต์เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเมื่อวานนี้ว่า ถ้อยแถลงของผู้นำอินโดนีเซียกล่าวถึงออสเตรเลียในแง่บวกและให้ความรู้สึกเป็นมิตร ออสเตรเลียสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรที่สร้างความขุ่นข้องหมองใจให้กับอินโดนีเซียอีก ส่วนข้อเสนอกำหนดแนวปฏิบัติความร่วมมือร่วมกันใหม่นั้นเป็นสัญญาณคืบหน้าที่ดี
อย่างไรก็ตาม แม้ทั้งสองประเทศกำลังพยายามปรับความเข้าใจกัน แต่ก็มีรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์ ซิดนีย์ มอร์นิง เฮอรัลด์ ว่า สิงคโปร์และเกาหลีใต้ช่วยเหลือสหรัฐและออสเตรเลียในการดักฟังโทรศัพท์ในหลายประเทศของเอเชีย และประธานาธิบดียูโดโยโนสั่งให้นายนาตาเลกาวาสอบถามเรื่องนี้จากสิงคโปร์และเกาหลีใต้ด้วย แต่โฆษกกระทรวงต่างประเทศเกาหลีใต้แถลงว่า รัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดักฟัง และข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริง
สื่อออสเตรเลียรายงานโดยอ้างเอกสารลับที่นายเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน ผู้เปิดโปงโครงการสอดแนมของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐหรือเอ็นเอสเอ ระบุว่า สิงคโปร์ช่วยสหรัฐ อังกฤษ และออสเตรเลีย ในการรวบรวมข้อมูลจากเครือข่ายการสื่อสารเคเบิลใต้ทะเลที่เชื่อมต่อ 30 ประเทศ รวมถึงจีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม และหน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ช่วยดักฟังจากเครือข่ายที่เชื่อมฮ่องกง จีน และไต้หวัน
ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีการค้าอินโดนีเซีย "นายกีตา วีร์จาวัน" เคยกล่าวว่า อินโดนีเซียอยู่ระหว่างมองหาประเทศอื่นที่จะเป็นทางเลือกในการนำเข้าอาหารแทนออสเตรเลีย ในช่วงที่สองประเทศมีข้อพิพาททางการทูต และได้ขอให้รัฐสภาพิจารณาระเบียบจำกัดการนำเข้าอาหารจากบางประเทศ โดยปัจจุบันกฎหมายอินโดนีเซียอนุญาตให้นำเข้าปศุสัตว์จากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เท่านั้นเนื่องจากกังวลเรื่องโรคปากเท้าเปื่อยจากประเทศอื่น
ทั้งนี้ อินโดนีเซียเป็นผู้นำเข้าอาหารรายใหญ่จากออสเตรเลีย ทั้งข้าวสาลี ปศุสัตว์มีชีวิตและแปรรูปแล้ว ขณะที่ออสเตรเลียเป็นตลาดส่งออกใหญ่อันดับสิบของอินโดนีเซีย


