วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยูเอ็นออกมติต้านสอดแนม

ยูเอ็นเอชอาร์ซี ออกมติ "สิทธิความเป็นส่วนตัว" ซึ่งถูกกดดันจากเยอรมนีและบราซิลที่มีข่าวอื้อฉาวไปทั่วโลกว่าผู้นำของทั้งประเทศถูกสหรัฐสอดแนม

มติดังกล่าวระบุว่า การสอดแนมและดักฟังข้อมูลโดยรัฐบาลและบริษัทใด ๆ ถือเป็นการละเมิดหลักสิทธิมนุษยชน

50 ประเทศซึ่งรวมถึงฝรั่งเศส รัสเซีย และเกาหลีเหนือ ต่างสนับสนุนมติดังกล่าวซึ่งไม่ได้พุ่งเป้าไปเจาะจงที่ประเทศใด แต่คาดว่าอาจเกี่ยวกับการสอดแนมข้อมูลซึ่งทำให้สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ หรือ เอ็นเอสเอ กลายเป็นตัวการของความขัดแย้งทั่วโลก

บราซิลและเยอรมนีเริ่มใช้แผนนำร่องหลังจากมีรายงานลับหลุดมาจากอดีตเจ้าหน้าที่เอ็นเอสเอ "นายเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน" ที่ระบุว่า เอ็นเอสเอเคยดักฟังโทรศัพท์มือถือของนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนี และระบบการสื่อสารในทำเนียบของประธานาธิบดีดิลมา รุสเซฟฟ์ แห่งบราซิล

ทูตยูเอ็นของเยอรมนี "นายปีเตอร์ วิททิก" กล่าวว่า ถือเป็นครั้งแรกที่คณะมนตรีแห่งยูเอ็นแสดงจุดยืนเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนบนโลกออนไลน์ และมติดังกล่าวก็ได้ส่งสารทางการเมืองที่มีนัยสำคัญ

นายวิททิกเสริมด้วยว่า มตินี้เน้นเรื่องการสอดแนมข้อมูลที่ขัดต่อกฎหมายและทำโดยพลการ อีกทั้งการดักฟังข้อมูลการสื่อสารก็ถือเป็นการก้าวก่ายอย่างร้ายแรงที่ละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวและเสรีภาพในการแสดงออก

ด้านทูตยูเอ็นของบราซิล "นายอันโตนิโอ แพทริโอตา" กล่าวว่า สิทธิมนุษยชนควรได้รับการคุ้มครองทั้งในโลกออนไลน์และโลกแห่งความเป็นจริง รัฐต้องมีความรับผิดชอบและควรหลีกเลี่ยงจากการกระทำที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนซึ่งรวมถึงสิทธิความเป็นส่วนตัว