วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อาเจะห์แนะบทเรียนฟื้นฟู'ไห่เยี่ยน'

ซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนที่พัดกระหน่ำฟิลิปปินส์เมื่อช่วงต้นเดือนพ.ย. ถือเป็นพายุที่มีความรุนแรงที่สุดของโลกในปีนี้

ขณะเดียวกันสร้างความเสียหายอย่างมากแก่ภาคกลางของฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นจุดที่พายุพัดขึ้นฝั่ง

การฟื้นฟูพื้นที่ดังกล่าวเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยเวลา ซึ่งในเรื่องนี้ผู้อำนวยการสำนักงานที่ดูแลการฟื้นฟูจังหวัดอาเจะห์ของอินโดนีเซีย หลังจากเผชิญคลื่นยักษ์สึนามิเมื่อปี 2547 มีคำแนะนำให้ว่าหลักใหญ่ใจความในการฟื้นฟูคือ ต้องเดินนอกกรอบ

นายเฮรุ ปราเซตโย อดีตผู้อำนวยการกิจการฝ่ายต่างประเทศสำหรับการฟื้นฟูจังหวัดอาเจะห์และสำนักงานฟื้นฟู ซึ่งสิ้นสุดภาระกิจไปเมื่อปลายปี 2552 กล่าวว่าหากมัวแต่ทำตามกฎระเบียบราชการตามปกติ ก็จะไม่บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

ทั้งนี้ นับถึงวันนี้ เวลาผันผ่านมาแล้วเกือบ 3 สัปดาห์ตั้งแต่ซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนคร่าชีวิตผู้คนไป 5,000 ราย และสร้างความเสียหายมากมาย ขณะที่รัฐบาลฟิลิปปินส์กล่าวว่าสิ่งสำคัญอันดับแรกคือการฟื้นฟูบ้านเรือนสำหรับผู้ที่ต้องอพยพออกจากบ้านไปถึงจำนวน 4 ล้านคน

ทางการระบุว่า ตัวเลขผู้สูญหายมีอย่างน้อย 1,613 คน ส่วนความเสียหายที่มีต่อโครงสร้างพื้นฐานและภาคเกษตรนั้น ประเมินว่าอยู่ที่ 24,530 ล้านเปโซ

ขณะที่คลื่นยักษ์สึนามิเมื่อปี 2547 ผลจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่นอกชายฝั่งเกาะสุมาตรานั้น คร่าชีวิตผู้คนไป 170,000 รายในจังหวัดอาเจะห์ พร้อมกลืนพื้นที่ตามแนวชายฝั่งเป็นแนวยาว 800 กม.

อย่างไรก็ตาม นับจากนั้นได้มีการสร้างบ้านเรือนขึ้นมาใหม่ 130,000 หลัง ถนน 250 กม. รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ที่มีการก่อสร้างขึ้นมาในช่วงของการฟื้นฟูที่ประชาคมโลกพากันชมเชยว่าดำเนินไปอย่างประสบความสำเร็จ

นายปราเซตโยกล่าวว่า กุญแจสำคัญสำหรับความสำเร็จ คือการมีส่วนร่วมของบรรดาชุมชนในพื้นที่ รวมถึงมาตรการเข้มงวดที่ไม่เปิดช่องให้มีการยักยอกหรือมีลับลมคมในใดๆ อันเป็นสิ่งสำคัญในอินโดนีเซีย ซึ่งถูกจัดจากบางสถาบันว่ามีการติดสินบนอันดับต้นๆ ของโลก

เขากล่าวว่าในช่วงนั้นได้สอบถามชาวบ้านว่าอยากให้ฟื้นฟูหมู่บ้านของพวกเขาอย่างไร โดยบางคนอาจคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนแล้วก็มองว่าสร้างอะไรขึ้นมาก็ได้ แต่จริงๆ ไม่ใช่อย่างนั้น

นอกจากนั้น ความละเอีอดอ่อนด้านจิตวิทยาของผู้รอดชีวิต ก็เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเช่นกัน โดยในช่วง 3 เดือนแรกนั้น บรรดาผู้รอดชีวิตอาจเรียกร้องหลายสิ่งหลายอย่างจากรัฐบาล แต่หลังจากนั้นพวกเขาจะมีเหตุมีผลมากขึ้น

นอกจากนั้น หน่วยงานของเขายังตั้งแผนกต่อต้านการคอร์รัปชันขึ้นมาภายในองค์กรด้วย เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีความโปร่งใส และสิ่งที่เขาต้องการบอกฟิลิปปินส์คือให้ดูแลให้ดีในเรื่องของการคอร์รัปชันหรือความไม่ชอบมาพากลต่างๆ

นายปราเซตโยกล่าวว่าเขาขอให้ผู้มีส่วนร่วมทุกฝ่าย รวมถึงหน่วยงานให้ความช่วยเหลือ ลงนามข้อตกลงความซื่อสัตย์และรายงานมายังองค์กรของเขา หากพบเห็นความผิดปกติใดๆ ซึ่งวิธีการนี้ช่วยให้องค์กรของเขาได้รับความไว้วางใจและเชื่อใจจากประชาชน เพราะท้ายที่สุดแล้วประชาชนจะเป็นคนตัดสินว่าองค์กรของเขาที่มีหน้าที่ฟื้นฟูนั้น ทำงานสำเร็จหรือไม่

นายปราเซตโยกล่าวทิ้งท้ายว่าสื่อสังคมออนไลน์และการเคลื่อนไหวด้านมนุษยธรรมทางออนไลน์ ทำให้การจัดทำเขตประสบภัยพิบัติอย่างชัดเจนในฟิลิปปินส์ ทำได้ง่ายขึ้น แตกต่างจากเมื่อกรณีของอาเจะห์เมื่อ 9 ปีที่แล้ว ซึ่งต้องใช้เวลาถึง 3 เดือนในการจัดทำแผนที่เขตภัยพิบัติ