ผลศึกษาล่าสุดชี้ ยอดใช้จ่ายค่ายาทั่วโลก อาจพุ่งทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ ในปีหน้า
สถาบันข้อมูลสุขภาพไอเอ็มเอสเผยผลศึกษาที่แสดงให้เห็นว่า ค่าใช้จ่ายในการซื้อยาทั่วโลกจะก้าวผ่านระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2557 และขยายตัวในอัตรา 3 - 6% ต่อปี ในช่วง 5 ปีข้างหน้า เพราะทั้งชาติพัฒนาแล้ว และกำลังพัฒนาต่างมีการใช้จ่ายในเรื่องนี้เพิ่มมากขึ้น
รายงานระบุว่า ค่าใช้จ่ายในยาเฉพาะทางที่มีราคาเเพง สำหรับโรคมะเร็ง และโรคอื่น ๆ จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ระหว่าง 230,000 ล้านดอลลาร์ ถึง 240,000 ล้านดอลลาร์ ภายในปี 2560 หรือเพิ่มขึ้น 38% จาก 171,000 ล้านดอลลาร์ ในปีที่แล้ว
นอกจากนี้ การดำเนินมาตรการรัดเข็มขัดที่ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลให้ในช่วง 5 ปีข้างหน้าชาติพัฒนาแล้วมีอัตราการเติบโตของการใช้จ่ายด้านนี้ไม่มากนัก โดยหลังจากหดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว การซื้อยาของชาติพัฒนาแล้วจะเพิ่มขึ้นเพียง 1-4% เทียบกับตลาดเกิดใหม่ที่จะเพิ่มขึ้น 10-13%
รายงานระบุว่า ในปี 2555 ทั่วโลกจ่ายเงินซื้อยาที่ 965,000 ล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะพุ่งไปถึง 1.17 ล้านล้านดอลลาร์ ในปี 2560 โดยในสหรัฐนั้น คาดว่าจะมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในปีหน้า อานิสงส์จากการปฏิรูประบบประกันสุขภาพ หลังจากที่การใช้จ่ายด้านนี้ลดลงตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี รายงานเตือนว่า หากสหรัฐไม่ประกาศใช้กฎหมาย ที่เป็นการขยายหลักประกันด้านสุขภาพให้กับคนอเมริกันที่ไร้หลักประกันในปัจจุบัน จะทำให้ยอดใช้จ่ายค่ายามีมูลค่า 320,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2560 เทียบกับมูลค่า 460,000 ล้านดอลลาร์หากกฎหมายฉบับนี้ออกมาบังคับใช้
ปัจจุบัน ระบบดูแลสุขภาพทั้งระบบของสหรัฐต้องใช้เงินงบประมาณทั้งสิ้น 2.7 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากเมื่อปี 2523 คิดเป็น 18% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือจีดีพี เป็นผลให้บริษัทยายักษ์ใหญ่ทั้ง โนวาร์ทิส ไฟเซอร์ จอห์นสัน แอนด์ จอหน์สัน โรช ซาโนฟี่ และแกล็กโซสมิทไคลน์ ต่างมีผลประกอบการดีขึ้นถ้วนหน้า


