วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อสังหาฯจีนแรงไม่หยุด

ราคาบ้านในเมืองใหญ่ของจีนพุ่งสูงทำสถิติใหม่อย่างต่อเนื่อง แม้รัฐบาลดำเนินมาตรการมา 4 ปีเพื่อลดความร้อนแรงของตลาด

การปรับตัวของราคาบ้านทำให้เกิดความกังวลถึงฟองสบู่ในตลาดที่อยู่อาศัย โดยราคาเฉลี่ยบ้านใหม่ใน 70 เมืองหลักของจีนประจำเดือนตุลาคม เพิ่มสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 9.6% และเพิ่มต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 ติดต่อกัน เมื่อเทียบกับปี 2555

จีนป้องกันการเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์โดยลดเงินกู้สำหรับผู้ซื้อบ้าน และจำกัดจำนวนบ้านที่ประชาชนจะซื้อ แต่ตัวเลขจากสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า ราคาบ้านในเมืองใหญ่ของจีนยังมีแรงส่งแข็งแกร่งต่อเนื่อง

ราคาบ้านในกรุงปักกิ่งเพิ่มขึ้น 16.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน นครเซี่ยงไฮ้เพิ่มขึ้น 17.8% เมืองกวางโจวและเสิ่นเจิ้นเพิ่มขึ้นราว 20% โดยทั้งสี่เมืองเป็นพื้นที่ที่ราคาบ้านเพิ่มขึ้นมากที่สุดในเดือนตุลาคม

ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และเซินเจิ้น ได้ประกาศมาตรการคุมเข้มจำนวนหนึ่งแล้ว รวมถึงการเพิ่มเงินดาวน์ขั้นต่ำสำหรับผู้ซื้อบ้านหลังที่ 2 การจัดสรรที่ดินมากขึ้น และผลักดันให้ก่อสร้างที่พักอาศัยที่ราคาไม่สูงเกินไป ซึ่งมาตรการเหล่านี้มีผลกระทบบ้าง เห็นได้จากราคาบ้านทั่วประเทศที่เพิ่มขึ้น 0.6% จากเดือนก.ย. ลดลงจากที่เพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือนส.ค. และเมื่อเดือนเม.ย.ที่เพิ่มขึ้นถึง 1%

ราคาอสังหาริมทรัพย์ขยับขึ้นต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจจีนชะลอตัว และรัฐบาลพยายามควบคุมตลาดบ้าน เพราะทัศนคติที่ว่าอสังหาริมทรัพย์เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการลงทุน และสืบเนื่องจากรัฐบาลท้องถิ่นขายที่ดินเพื่อหารายได้จำนวนมากด้วย

นอกจากนี้ ทางการจีนยังกังวลถึงความเสี่ยงของการเกิดความไม่สงบทางสังคม หากราคาบ้านเพิ่มสูงจนประชาชนไม่สามารถซื้อได้ โดยผู้นำจีนให้คำมั่นว่าจะผลักดันกฎหมายภาษีอสังหาริมทรัพย์ และอนุญาตให้ชาวนาขายที่ดินได้เสรีมากขึ้น

นายเต๋า หวัง นักเศรษฐศาสตร์ของยุบีเอส ระบุว่าหากมีการเก็บภาษีอสังหาริมทรัพย์ในวงกว้าง ก็มีแนวโน้มจะบั่นทอนการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ เพราะทำให้ต้นทุนสูงขึ้นชัดเจน แต่การออกกฎหมายและการบังคับใช้น่าจะใช้เวลาระยะหนึ่ง โดยคาดว่าอย่างเร็วที่สุดน่าจะมีการเก็บภาษีอสังหาริมทรัพย์ในปี 2558

ปัจจุบัน การเก็บภาษีอสังหาริมทรัพย์คิดเป็นแบบรายปี และจัดเก็บจากเจ้าของบ้านราคาแพงใน 2 เมืองนำร่องคือเซี่ยงไฮ้กับฉ่งชิ่ง แต่ภาษีดังกล่าวมีผลกระทบเล็กน้อยเพราะอยู่ในระดับต่ำและครอบคลุมจำกัด

นักวิเคราะห์ชี้ว่าจังหวะเวลาถือเป็นกุญแจสำคัญ เพราะมาตรการต่างๆ ในแผนปฏิรูปนั้น มุ่งสร้างเสถียรภาพระยะยาวสำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ ดังนั้นหากชะลอการบังคับใช้ออกไป จะก่อให้เกิดปัญหา โดยนายเอดิสัน ไบอัน นักวิเคราะห์อสังหาริมทรัพย์แห่งบริษัทไชนา คอนสตรักชัน แบงก์ อินเตอร์เนชันแนล ซีเคียวริตีส์ กล่าวว่าปีหน้าจะเป็นปีสำคัญในการใช้นโยบายควบคุมระยะยาว ซึ่งหากทำเช่นนี้ได้ก็ไม่มีอะไรน่าวิตก แต่หากพลาดโอกาสนี้ไปก็เป็นสิ่งที่น่าวิตกว่าจะเกิดการล่มสลายในวงกว้าง

ผู้กำหนดนโยบายไม่มีเป้าหมายที่จะชะลอภาคอสังหาริมทรัพย์ให้หยุดการขยายตัว เพราะภาคดังกล่าวเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญต่อเศรษฐกิจ ในแง่ที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมอื่นๆ อีกถึง 40 อุตสาหกรรมและมีสัดส่วนประมาณ 16% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศที่มูลค่า 8.5 ล้านล้านดอลลาร์