อิสราเอลเตรียมใช้ทุกวิถีทางในการขัดขวางการเจรจาปัญหานิวเคลียร์อิหร่านที่ฝ่ายตนมองว่าเป็นการตกลงที่อาจนำไปสู่ผลร้าย
ก่อนที่การเจรจาจะเริ่มอีกครั้งในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้
ความเคลื่อนไหวเชิงรุกครั้งนี้ของอิสราเอลไม่ได้มุ่งแสดงจุดยืนต่อบรรดาชาติมหาอำนาจที่ร่วมโต๊ะเจรจากับอิหร่านเท่านั้น แต่ยังต้องการส่งสัญญาณไปถึงสภาคองเกรสของสหรัฐที่อิสราเอลยังมีความสัมพันธ์เหนียวแน่นอีกด้วย
นายกรัฐมนตรีอิสราเอล "นายเบนจามิน เนทันยาฮู" เปิดเผยว่า เขาได้พูดคุยกับผู้นำของสหรัฐ รัสเซีย ฝรั่งเศส เยอรมนี และอังกฤษ ซึ่งเป็น 5 จาก 6 ประเทศมหาอำนาจที่เจรจากับอิหร่าน และบอกกับพวกเขาว่าจากข้อมูลที่อิสราเอลสืบทราบมา ข้อตกลงที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้เป็นผลร้ายและอันตราย
นายเนทันยาฮูระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวอาจจะมีการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน ขณะที่ยังคงเปิดโอกาสให้อิหร่านเสริมสมรรถนะยูเรเนียมและพัฒนาเตาปฏิกรณ์พลูโตเนียมต่อไป
ผู้นำอิสราเอลกล่าวว่า เขาถามบรรดาผู้นำประเทศทั้ง 5 ว่าเหตุใดต้องเร่งรีบขนาดนั้น รวมทั้งแนะให้พวกเขารอเวลาที่เหมาะสม และพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจัง เขาหวังว่าจะได้ข้อตกลงที่เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย และจะทำทุกวิถีทางเพื่อโน้มน้าวชาติมหาอำนาจให้หลีกเลี่ยงข้อตกลงที่ส่งผลเสีย
รัฐมนตรีเศรษฐกิจอิสราเอล "นายนาฟตาลี เบนเนตต์" กล่าวก่อนหน้านี้ว่า เขากำลังเตรียมไปล็อบบี้สภาคองเกรสของสหรัฐ โดยก่อนการเจรจารอบหน้า เขาจะไปโน้มน้าวสมาชิกสภาคองเกรสหลายสิบคนที่เขาจะได้พบเป็นการส่วนตัวระหว่างการเยือนสหรัฐในวันอังคารนี้ เพื่อชี้แจงว่าความมั่นคงของอิสราเอลกำลังตกอยู่ในอันตราย
นอกจากนี้ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล "นายมอช ยาลอน" และรัฐมนตรียุติธรรม "นายซิปี ลิฟนี" ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวานนี้เรียกร้องให้ชาติมหาอำนาจไม่เร่งรีบเจรจา
นายยาลอนเรียกร้องว่า การเจรจาในเรื่องนี้ควรเรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีต ขณะที่นายลิฟนีระบุว่า ควรมีการบรรลุข้อตกลงที่เป็นประโยชน์มากกว่านี้


