ธนาคารโลกชี้ เงินเฟ้อพม่าปีนี้ พุ่งแตะระดับสูงถึง 7.3% ต่อปี เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านี้ ผลจากราคาอาหาร น้ำมัน และค่าเช่าบ้านที่เพิ่มสูงขึ้น
ในรายงานตรวจสอบเศรษฐกิจพม่าฉบับแรกนั้น ธนาคารโลก ระบุว่า ราคาข้าว ซึ่งเป็นอาหารหลักของผู้คนในพม่า พุ่งสูงขึ้นจากการเกิดภาวะขาดแคลนขึ้นในประเทศ เพราะการส่งออกข้าวมากขึ้น สถานการณ์ที่ทำให้รัฐบาลพม่าต้องนำข้าวในสต็อกออกมาขายในตลาดท้องถิ่น เพื่อสร้างเสถียรภาพด้านราคา
นอกจากเรื่องเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นแล้ว รายงานยังแสดงให้เห็นถึงภาพรวมทางเศรษฐกิจพม่าที่แข็งแกร่งมากขึ้น
ธนาคารโลกประเมินว่า ในปีงบประมาณที่ผ่านมา สิ้นสุดเมื่อวันที่ 30 กันยายน ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพีของพม่า จะขยายตัวราว 6.5% และคาดว่า ปีงบประมาณปัจจุบัน จะเติบโตประมาณ 6.8% โดยได้แรงหนุนจากการขยายตัวของการผลิตน้ำมัน ภาคบริการ ก่อสร้าง การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ และการส่งออกโภคภัณฑ์
รายงานระบุด้วยว่าในปีงบประมาณที่แล้ว พม่ามียอดนำเข้ามากถึง 11,600 ล้านดอลลาร์ เทียบกับมูลค่าการส่งออกที่ 9,600 ล้านดอลลาร์ ทำให้มียอดขาดดุลการค้าอยู่ที่ 2,000 ล้านดอลลาร์ และขาดดุลบัญชีเดินสะพัด 2,300 ล้านดอลลาร์
ทั้งนี้ ช่วงเกือบ 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ธนาคารโลก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ และธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย ปฏิเสธที่จะปล่อยเงินกู้ให้กับพม่า ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ชาติตะวันตกดำเนินนโยบายคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อประเทศ ที่อยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหาร ตั้งแต่ปี 2531 จนถึงปี 2553
สภาบันการเงินระหว่างประเทศเหล่านี้ เพิ่งจะกลับเข้ามาในพม่าอีกครั้งเมื่อปี 2555 หลังชาติตะวันตกผ่อนคลายการคว่ำบาตร ตอบรับการปฏิรูปการเมือง และเศรษฐกิจในพม่า


