อียูเล็งออกมาตรการที่มุ่งลดการใข้ถุงพลาสติกน้ำหนักเบาหรือถุงที่ได้จากการซื้อของในห้างร้านทั่วไป
คณะกรรมาธิการด้านสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรปหรืออียู "นายจาเนซ โพตอชนิค" แถลงว่า ในทุก ๆ ปี มีถุงพลาสติกกว่า 8,000 ล้านใบกลายเป็นขยะในยุโรป ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมหาศาล
ข้อเสนอดังกล่าวจะกำหนดให้ประเทศสมาชิกอียูดำเนินการลดการใช้ถุงพลาสติกที่มีความหนาต่ำกว่า 50 ไมครอน หรือ 0.05 มิลลิเมตร ซึ่งถูกใช้ซ้ำไม่บ่อยเท่าถุงพลาสติกที่หนากว่าและยังมีแนวโน้มที่จะเป็นขยะมากกว่า
มาตรการเหล่านี้อาจรวมถึงการคิดเงินเพิ่มสำหรับการถุงพลาสติกชนิดใช้แล้วทิ้ง หรือการสั่งห้ามใช้ถุงพลาสติกในบางกรณี
นายโพตอชนิคกล่าวว่า ถุงพลาสติกถูกมองว่าเป็นสิ่งที่สร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล ซึ่งมีสัตว์จำนวนมากกินถุงเข้าไปโดยไม่ได้ตั้งใจหรือแม้กระทั่งเข้าไปติดในถุง โดย 94% ของนกทะเลในทะเลเหนือของยุโรปมีพลาสติกอยู่ในท้อง
คณะกรรมาธิการด้านสิ่งแวดล้อมยังระบุด้วยว่า ในปี 2553 พลเมืองในแต่ละประเทศในอียูใช้ถุงพลาสติกเฉลี่ยประมาณ 198 ถุง หรือรวมเกือบ 100,000 ล้านถุง โดยจำนวนส่วนใหญ่เป็นถุงที่ได้จากการซื้อของในห้างร้านทั่วไป
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวมีการผันแปรอย่างมากระหว่างประเทศสมาชิกอียูด้วยกัน โดยพลเมืองในเดนมาร์กและฟินแลนด์ใช้ถุงพลาสติกชนิดใช้แล้วทิ้ง 4 ใบต่อปี ขณะที่พลเมืองในหลายประเทศแถบตะวันออกของยุโรปใช้ถุงพลาสติกประมาณกว่า 450 ใบต่อปี
นอกจากนี้ มีสมาชิกอียูบางประเทศที่ออกมาตรการลดใช้ถุงไปแล้ว โดยไอร์แลนด์ระบุว่าปริมาณการใช้ถุงพลาสติกชนิดใช้แล้วทิ้งลดฮวบจาก 328 ใบต่อปีเหลือเพียง 21 ใบต่อปี หลังจากที่ออกกฎค่าธรรมเนียมถุงพลาสติก 0.22 ยูโรหรือราว 9 บาทต่อถุงหนึ่งใบ
ในปัจจุบัน บรรดาประเทศมาชิกอียูยังไม่สามารถออกกฎห้ามใช้ถุงพลาสติกได้อย่างสมบูรณ์ โดยข้อเสนอนี้ต้องได้รับการเห็นชอบจากประเทศสมาชิกและสภายุโรปก่อน





