นโยบายเศรษฐกิจ"ชินโซ อาเบะ"ดัชนีราคาผู้บริโภคในเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 0.7%เริ่มมีสัญญาณการแก้ปัญหาเงินฝืด
นโยบายเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น นายชินโซ อาเบะ ได้รับคำชมจากบรรดาผู้นำต่างชาติและสื่อในประเทศ แต่สำหรับประชากรญี่ปุ่นมองว่านักการเมืองและข้าราชการยังขาดความเข้าใจเกี่ยวกับวิถีการดำเนินชีวิตของคนธรรมดาสามัญ ซึ่งนโยบายของนายอาเบะจะยิ่งทำให้ผู้คนจำนวนมากต้องต่อสู้ดิ้นรนหาเลี้ยงชีพอย่างยากลำบากขึ้น
รัฐบาลญี่ปุ่นเชื่อว่าขณะนี้เศรษฐกิจของประเทศภายใต้นโยบาย "อาเบะโนมิกส์" เริ่มปรับตัวดีขึ้น เห็นได้จากสัญญาณที่ดัชนีราคาผู้บริโภคในเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 0.7% ถือเป็นการขยายตัวเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน ขณะที่นายกรัฐมนตรีนายอาเบะ กล่าวว่าเริ่มมีสัญญาณว่าการแก้ปัญหาเงินฝืดส่งผล หลังจากใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย การใช้จ่ายงบประมาณอย่างมหาศาล และการดำเนินกลยุทธ์เน้นผลักดันการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
ธนาคารกลางญี่ปุ่น หรือ บีโอเจ ยอมรับเป้าหมายอันท้าทายจากนายกฯอาเบะ ในการขับเคลื่อนอัตราเงินเฟ้อให้ขยายตัวถึง 2% ภายใน 2 ปีข้างหน้า
แม้ปัจจุบันตัวเลขอัตราเงินเฟ้ออาจไม่สูงนัก แต่ก็อยู่เหนือระดับตัวเลขของหลายทศวรรษที่ผ่านมา พร้อมกับที่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคบางรายการเริ่มขยับตัวสูงขึ้น
บริษัท ยาคูลท์ ฮอนชะ เตรียมปรับขึ้นราคานมเปรี้ยวพร้อมดื่มที่มีส่วนผสมของจุลินทรีย์ของบริษัทมากกว่า 10% ซึ่งเป็นการขึ้นราคาครั้งแรกในรอบ 22 ปี ด้านราคาผงปรุงรสฮอนดาชิ ก็เตรียมขยับขึ้นอีก 6% - 7% ในช่วงเดือนมกราคมที่จะถึงนี้ ถือเป็นการขึ้นราคาครั้งแรกในรอบ 23 ปี
เงินเยนที่อ่อนค่าลง 13% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ในปีนี้ ส่งผลให้ราคาสินค้านำเข้าในหน่วยเงินเยนมีราคาแพงขึ้น อีกด้านหนึ่งผู้ส่งออกก็ได้ประโยชน์ เมื่อราคาสินค้าของพวกเขาในตลาดโลกถูกลง
เจ้าของร้านเบเกอรี่ มาห์ล ไซต์ ทางตอนกลางของกรุงโตเกียว ซาชิโกะ ชิราอิ บอกว่าราคาที่สูงขึ้นของวัตถุดิบหลักที่นำเข้ามาอย่างเนย ส่งผลให้ราคาขายสูงขึ้น เป็นเหตุให้หลายเดือนที่ผ่านมา ยอดขายของร้านเริ่มตกลง
ส่วนหนึ่งในเป้าหมายของรัฐบาล คือการผลักดันให้มีการขึ้นค่าแรง อันจะช่วยให้ผู้บริโภคมีกำลังในการซื้อหาสินค้าราคาแพงขึ้น
นายกฯอาเบะเคยกระตุ้นให้ภาคเอกชนขึ้นเงินเดือนให้กับพนักงาน และสมาชิกรัฐบาลบางคนก็ยอมรับว่าเดิมพันเรื่องนี้สูงมาก รัฐมนตรีกระทรวงฟื้นฟูเศรษฐกิจ นายอากิระ อามาริ กล่าวในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ว่านโยบายอาเบะโนมิคส์ล้มเหลวแน่นอน หากค่าแรงไม่เพิ่มขึ้น
นับถึงขณะนี้มีการขานรับจากภาคเอกชนไม่มากนัก ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเคอิโอะ ชี้ว่าบริษัทญี่ปุ่นพากันเก็บกำไรไว้ แทนที่จะนำมาขึ้นค่าแรง
ขณะที่สถิติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเผยว่า รายได้เฉลี่ยรายเดือนต่อครอบครัวอยู่ที่ 471,411 เยน ลดลง 0.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
นักสังคมสงเคราะห์คนหนึ่งในเมืองไซตามะ ชี้ว่าค่าแรงรายชั่วโมงสำหรับคนงานรายชั่วโมงและคนงานนอกเวลา ไม่มีแนวโน้มจะเปลี่ยนแปลง ขณะที่คนงานเต็มเวลาก็ยังทำงานด้วยชั่วโมงที่ยาวนานเหมือนเดิม
นอกจากนั้น คนงานในวัย 20 ปีจำนวนกว่า 50% ยังเป็นแรงงานชั่วคราวหรือนอกเวลา และสถานการณ์สำหรับคนงานเหล่านี้ก็รุนแรงมาก
ความยากลำบากที่คนทำงานต้องรับมือ ผลพวงจากอาเบะโนมิกส์ ทำให้เริ่มมีคำถามมากมายเกี่ยวกับนโยบายนี้


