"อังค์ถัด" ระบุ ชาติกำลังพัฒนาสามารถดึงดูดการลงทุนข้ามชาติได้มากกว่าชาติตะวันตก
ที่ประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรือ อังค์ถัด ระบุในรายงานฉบับล่าสุดว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ ประเทศกำลังพัฒนา สามารถดึงดูดการลงทุนข้ามชาติได้มากขึ้น ขณะที่อังกฤษ แซงหน้า สหรัฐ และจีน ขึ้นมาเป็นประเทศที่มีการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือเอฟดีไอ มากที่สุด
ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ สหรัฐมีการเข้าทำเอฟดีไอลดลง 21.5% ทำให้ร่วงไปอยู่ในลำดับ 3 ของประเทศรายเดี่ยวที่มีการเข้าทำเอฟดีไอมากสุดในโลก ตามหลังจีน ในอันดับ 2 ด้วยมูลค่าเอฟดีไอเพิ่มขึ้น 13.4% ที่ 67,000 ล้านดอลลาร์ และอังกฤษ ที่ผงาดขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ในด้านนี้ ด้วยมูลค่าการลงทุนที่เพิ่มขึ้น 87.7% แตะระดับ 74,900 ล้านดอลลาร์
ขณะที่การลงทุนจากต่างประเทศ ในเยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี และเนเธอร์แลนด์ ดิ่งลงอย่างหนักเมื่อเทียบกับเมื่อปีที่แล้ว ตรงข้ามกับอินเดีย ที่มีเอฟดีไอทะยานขึ้นมา 34% ที่ 13,600 ล้านดอลลาร์
รายงาน ระบุด้วยว่า แม้ตัวเลขเอฟดีไอในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ จะเพิ่มขึ้น 4% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว แต่อังค์ถัดคาดว่า ตลอดทั้งปี จะไม่มีการขยายตัวของเอฟดีไออย่างสำคัญแต่อย่างใด เมื่อพิจารณาถึงสถานการณ์ของกลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโร และนโยบายการคลังของสหรัฐ ที่ยังอยู่ในภาวะไร้เสถียรภาพอย่างต่อเนื่อง
อังค์ถัดชี้ว่า สถานการณ์ดังกล่าว น่าจะทำให้ตลอดทั้งปีนี้ ทั่วโลกย่าจะมีการทำเอฟดีไอคิดเป็นมูลค่าราว 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ น้อยกว่าระดับสูงสุดในช่วงก่อนเกิดวิกฤติการเงินโลกที่ 2 ล้านล้านดอลลาร์ ในปี 2551





