วุฒิสภาเม็กซิโกมีมติคะแนน 72 ต่อ 2 เห็นชอบให้ผ่านร่างกฎหมายภาษีพิเศษจากอาหารขยะ
วุฒิสภาเม็กซิโกมีมติเห็นชอบให้ผ่านร่างกฎหมายภาษีพิเศษจากอาหารขยะหรือ "จังค์ฟูด" ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามแผนปฏิรูปการคลังของประเทศให้มีรายได้จากภาษีเพิ่มขึ้น จากการผลักดันของประธานาธิบดีเอ็นริเก้ เปนญ่า เนียโต้
สมาชิกวุฒิสภาเม็กซิโกมีมติด้วยคะแนน 72 ต่อ 2 ให้มีการบังคับใช้กฎหมายเรียกเก็บภาษีจำนวน 8% ในอาหารที่มีสัดส่วนปริมาณพลังงานตั้งแต่ 275 กิโลแคลอรี่ต่อน้ำหนัก 100 กรัม เช่น ขนมขบเคี้ยว ขนมคัสตาร์ดคาราเมล เนยถั่ว และไอศกรีม
อัตราภาษีที่วุฒิสภาลงมติรับรอบครั้งนี้สูงกว่าที่หอการค้าเคยอนุมัติไว้ก่อนหน้านี้ที่ 5% ซึ่งต้องส่งกลับมาให้สภาผู้แทนราษฎรลงมติใหม่เพื่อประกาศใช้ต่อไป
ผู้ที่สนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ให้เหตุผลว่า เพื่อเป็นการต่อสู้กับโรคอ้วนและโรคเบาหวาน ซึ่งประชากรของเม็กซิโกมากกว่า 2 ใน 3 อยู่ในภาวะน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน แต่นักวิจารณ์แย้งว่าเป้าหมายที่แท้จริงอยู่ที่การเพิ่มรายได้ให้กับรัฐบาลมากกว่า เนื่องจากสัดส่วนรายได้ภาษีต่อจีดีพีลดลงเหลือ 13.7% ต่อจีดีพี เทียบกับประเทศในละตินอเมริกาอื่น ๆ ที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 18.4%
กฎหมายเก็บภาษีฉบับนี้ถูกคัดค้านจากสมาคมอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม "คอนเม็กซิโอ" ที่มีสมาชิกเป็นบริษัทชั้นนำรายใหญ่อย่าง โคคา-โคลา เคลล็อกส์ ดาน่อน และเนสท์เล่
เม็กซิโกมีอัตราบริโภคน้ำอัดลมสูงที่สุดในโลกอยู่ที่ 163 ลิตรต่อคนต่อปี ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ชั้นดีว่า ในปัจจุบัน เม็กซิโกกลายเป็นประเทศที่มีอัตราประชากรน้ำหนักเกินมาตรฐานสูงกว่าสหรัฐและสูงกว่าชาติสมาชิก 34 ชาติในองค์การเพื่อความร่วมมือและพัฒนาทางเศรษฐกิจ หรือ โออีซีดี


