คนงานอินโดนีเซียทั่วประเทศ เริ่มผละงานประท้วงเป็นเวลา 2 วัน เพื่อเรียกร้องให้มีการขึ้นเงินเดือน
เสียงเรียกร้องให้ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำมีขึ้นมาหลายเดือนแล้ว หลังจากเงินเฟ้อสูงขึ้นจนเป็นเหตุให้ค่าครองชีพทะยานขึ้น
สหภาพแรงงานประเมินว่าจะมีคนงานเกือบ 3 ล้านคนเข้าร่วมเรียกร้องในครั้งนี้ โดยประธานสหพันธ์สหภาพแรงงานแห่งอินโดนีเซีย หรือ เคเอสพีไอ นายซาอิด อิ๊กบัล กล่าวว่า ค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้คนงานจำนวนมากสู้ราคาค่าเช่าบ้านไม่ไหว จนต้องไปอาศัยอยู่ตามใต้สะพานและท่อระบายน้ำ พร้อมกับต้องอาศัยการกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแทนข้าวในการประทังชีวิต
ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลที่เพิ่มขึ้นในเดือนมิถุนายน 44% และ 22% ตามลำดับ เป็นปัจจัยหนึ่งที่ผลักดันค่าครองชีพให้สูงขึ้น โดยนายอิ๊กบัลระบุว่า บรรดาคนงานต่างต้องการค่าแรงที่เหมาะสมกับค่าครองชีพ จากที่ปีนี้ คนงานในกรุงจาการ์ตาได้รับการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 44% เป็น 200 ดอลลาร์ต่อเดือน ซึ่งเคเอสพีไอเรียกร้องให้ปรับขึ้นเป็น 336 ดอลลาร์ต่อเดือน
เคเอสพีไอคาดว่าจะมีคนงานราว 300,000 คนหยุดงานประท้วงในกรุงจาการ์ตา อีกราว ๆ 400,000 คนจะประท้วงที่เมืองอุตสาหกรรมเบกาซี
ด้านฝ่ายนายจ้าง กังวลว่าการขึ้นค่าแรงจะทำให้กำไรลดลง และอาจทำให้นักลงทุุนต่างชาติเปลี่ยนใจหันไปลงทุนที่ประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคนี้แทน
ปัจจุบันคนงานอินโดนีเซียได้รับค่าตอบแทนต่ำที่สุดชาติหนึ่งในเอเชีย แม้กระทั่งค่าแรงในประเทศอย่างจีนและอินเดียยังอยู่ในระดับที่สูงกว่า


