อัตราจ้างงานสหรัฐซบเซา ดอลลาร์ร่วง นักลงทุนมั่นใจเฟดเดินหน้าทำคิวอีในปีนี้ ทำเนียบขาวระบุเป็นผลจากพรรครีพับลิกัน หั่นงบรายจ่าย-เพดานหนี้
ภาคธุรกิจในสหรัฐมีอัตราการจ้างงานที่ซบเซาในเดือนก.ย. อันเป็นช่วงที่เกิดการเผชิญหน้าทางการเมืองเรื่องงบประมาณและเพดานหนี้
กระทรวงพาณิชย์รายงานว่ามีการจ้างงานใหม่เพียง 148,000 ตำแหน่ง ซึ่งน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ และยังต่ำกว่าช่วงครึ่งแรกของปีนี้ที่มีการจ้างงานใหม่เฉลี่ยเดือนละ 195,000 ตำแหน่ง
ยอดการจ้างงานใหม่ มาจากภาคเอกชนเพียง 126,000 ตำแหน่ง ทั้งที่เป็นที่คาดหมายว่าภาคเอกชนจะขับเคลื่อนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
นักวิเคราะห์ชี้ว่าข้อมูลนี้สะท้อนถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ซบเซาในไตรมาส 3 และการจ้างงานใหม่อาจมีไม่มากนัก หลังจากหน่วยงานภาครัฐต้องปิดทำการไป 16 วัน
สภาพการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)อาจคงมาตรการผ่อนคลายเชิงนโยบายหรือคิวอีไว้ตลอดปีนี้ แม้ตัวเลขจ้างงานเดือนก.ย.และการทบทวนตัวเลขจ้างงาน 2 เดือนก่อนที่เพิ่มขึ้น ดึงให้อัตราว่างงานลดลงเหลือ 7.2% อันเป็นระดับต่ำที่สุดตั้งแต่เดือนพ.ย. 2551
ด้านทำเนียบขาวระบุว่าตัวเลขจ้างงานที่น่าผิดหวัง เป็นผลจากแรงกดดันของพรรครีพับลิกันให้ลดการใช้จ่ายและการเผชิญหน้าเรื่องเพดานหนี้ โดยนายเจสัน เฟอร์แมน ประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจของประธานาธิบดีบารัก โอบามา แถลงว่าการสร้างงานในภาคเอกชนต่ำกว่าที่คาดไว้ ส่วนหนึ่งเป็นผลสะท้อนจากการหดตัวทางการคลัง ซึ่งตอกย้ำถึงความสำคัญของการดำเนินมาตรการเพื่อเร่งให้เศรษฐกิจฟื้นตัวและเพิ่มการสร้างงาน
ขณะนักลงทุนมองว่า ตัวเลขการจ้างงานเดือนก.ย.จะสนับสนุนให้เฟดตัดสินใจคงขนาดมาตรการเข้าซื้อตราสารหนี้ หรือมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ไว้ที่ระดับ 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือนต่อไปจนถึงปีหน้า
จากตัวเลขจ้างงานและคาดการว่าเฟดคงคิวอี ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ร่วงลงเมื่อเทียบกับเงินหลายสกุลวานนี้(23 ต.ค.)
ค่าเงินดอลลาร์อยู่ที่ 98.12 เยน ขยับลงจากระดับปิดตลาดวันจันทร์ที่ 98.18 เยน ส่วนยูโรอยู่ที่ 1.3782 ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจาก 1.3681 ดอลลาร์ ทางด้านยูโร/เยน อยู่ที่ 135.22 เยน ปรับขึ้นจาก 134.28 เยน ซึ่งค่าเงินยูโรขึ้นไปแตะ 1.3792 ดอลลาร์ในระหว่างวัน ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่กลาง เดือนพ.ย. 2011 เป็นต้นมา
ดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินดิ่งลงแตะจุดต่ำสุดรอบ 8 เดือนที่ 79.182 ในระหว่างวัน และอยู่ที่ระดับ 79.234 ในช่วงท้ายตลาด โดยร่วงลง 0.6 % จากวันจันทร์
ดอลลาร์สหรัฐร่วงลงแตะจุดต่ำสุดรอบ 20 เดือนเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส และปรับลงแตะจุดต่ำสุดรอบ 4 เดือนครึ่งเมื่อเทียบกับดอลลาร์ออสเตรเลียด้วย
อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นในเอเชียอ่อนตัวลง โดยดัชนีเอ็มเอสซีไอ( MSCI) สำหรับตลาดหุ้นเอเชีย-แปซิฟิก ไม่รวมญี่ปุ่น อ่อนตัวจากระดับสูงสุดที่ทำไว้ในช่วงเช้า โดยปรับตัวในช่วงแคบ แต่ก็ยังคงอยู่ในแดนบวก
ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดตลาดทรุดตัวลงเกือบ 2% โดยถูกกระทบจากเยนที่แข็งค่า หลังจากดัชนีนิกเคอิพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ครึ่งในช่วงแรก
นอกจากนี้ แรงขายทำกำไรถ่วงตลาดหุ้นฮ่องกงร่วงตามตลาดหุ้นจีน และฉุดตลาดหุ้นเกาหลีใต้อ่อนตัวลงจากระดับสูงสุดในรอบกว่า 26 เดือน
ตลาดหุ้นออสเตรเลียขยับขึ้นเล็กน้อย หลังจากพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 ปีในช่วงแรก โดยตลาดลดช่วงบวก หลังมีการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาด ซึ่งทำให้ลดคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งหนึ่ง
ราคาน้ำมันดิบสหรัฐร่วงลง 0.5% สู่ระดับ 97.86 ดอลลาร์/บาร์เรลในวันนี้ โดยถูกกดดันจากสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐที่สูงกว่าคาด
ราคาทองในตลาดสปอตขยับลง 0.1% สู่ระดับ 1,338.54 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 สัปดาห์ จากปัจจัยตัวเลขจ้างงานสหรัฐ


