ออสเตรเลียประกาศภาวะฉุกเฉินไฟป่า หลังจากบ้านเรือนเสียหายจากไฟไหม้กว่า 200 หลัง
ออสเตรเลียประกาศภาวะฉุกเฉินทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ หลังจากบ้านเรือนที่เสียหายจากไฟป่าพุ่งสูงเกินกว่า 200 หลัง ท่ามกลางคำเตือนว่าสภาพอากาศในอีกไม่กี่วันข้างหน้าอาจเลวร้ายมากกว่านี้
ภาวะฉุกเฉินเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจในการบังคับประชาชนให้ทำการอพยพ และปิดโรงไฟฟ้า
ขณะเดียวกัน ทางการเตือนว่าไฟป่าอีกจุดหนึ่งที่กำลังเผาผลาญอยู่แถบบลู เมาเทาน์ ซึ่งอยู่ห่างจากซิดนีย์ไป 70 กม. อาจลุกลามมาเรื่อยๆ และมุ่งหน้ามาทางซิดนีย์ ทำให้ท้องฟ้าช่วงกลางวันเหนือซิดนีย์ เต็มไปด้วยควันและขี้เถ้าลอยอยู่
ขณะนี้ไฟป่าที่ลุกไหม้หลายสิบจุด กินอาณาบริเวณกว้างกว่า 400 กม.และเผาผลาญพื้นที่ป่าไปแล้วกว่า 100,000 เฮกเตอร์ ผู้อำนวยการหน่วยดับเพลิงกล่าวว่าอุณหภูมิที่จะเพิ่มสูงขึ้นและกระแสที่จะแรงขึ้น ประกอบกับสภาพป่าที่แห้ง จะยิ่งทำให้ไฟลุกลามมากขึ้น ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงต้องบังคับให้ประชาชนอพยพออกจากบ้านเรือน เพื่อจะได้ไม่เป็นอันตราย
ในบลู เมาเทนท์มีผู้คนอาศัยอยู่ 76,000 คน ส่วนประชากรในซิดนีย์มีประมาณ 4.4 ล้านคน เจ้าหน้าที่ได้ออกคำเตือนฉุกเฉินให้ชาวบ้านในหมู่บ้านเบลล์ของบลู เมาเทนท์ อพยพเพราะมีภัยจากไฟป่า ส่วนหมู่บ้านอื่นได้รับคำแนะนำให้อยู่ในบ้านหรืออาจไม่มีไฟฟ้าใช้หลายวัน
ล่าสุดมีผู้เสียชีวิต 1 ราย บ้านเรือน 208 เสียหายจากเปลวเพลิงตั้งแต่ไฟป่าโหมขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
นายกรัฐมนตรีโทนี แอบบอตต์ ได้ลงพื้นที่แถบบลู เมาเทนท์ เพื่อดูแลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งไปจุดไฟในกรอบที่ควบคุมได้ ไว้สกัดไฟป่าที่กำลังลุกลามใกล้เข้ามา อีกทั้งยังมีการส่งเครื่องบินไปเทน้่ำดับไฟ และมีการระดมอาสาสมัคร 1,500 คนเพื่อดับไฟ
ไฟป่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยในช่วงหน้าร้อนของออสเตรเลีย ซึ่งกินเวลาตั้งแต่เดือนธ.ค.-กพ. แต่สภาพอากาศที่แห้งแล้งและฤดูหนาวที่อบอุ่นผิดปกติ ประกอบกับอุณหภูมิที่สูง ทำให้ไฟป่าในปีนี้ เกิดขึ้นเร็วกว่าปกติ





