วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จีนรุกกระชับสัมพันธ์เอเชีย

จีนรุกกระชับสัมพันธ์เอเชีย มีแผนเพิ่มกำลังทหารเรือ 2,500 นายเพื่อดูแลความมั่นคงและแก้ปัญหาความขัดแย้ง

เมื่อ 2 ปีที่แล้วสหรัฐประกาศปรับเปลี่ยนนโยบายครั้งใหญ่ ด้วยการหันมาให้ความสำคัญกับเอเชีย และมีแผนเพิ่มกำลังทหารเรือ 2,500 นายทางตอนเหนือของออสเตรเลีย เพื่อดูแลความมั่นคงและแก้ปัญหาความขัดแย้ง

แต่นับจนถึงตอนนี้ เป้าหมายดังกล่าวดูยังห่างไกลความจริงและเริ่มมีคำถามว่าทางการวอชิงตันยังคงให้ความสำคัญกับนโยบายที่เคยประกาศไว้หรือไม่

การยกเลิกการเดินทางเยือน 4 ชาติเอเชีย และงดเข้าร่วม 2 เวทีประชุมสุดยอดผู้นำของประธานาธิบดีบารัก โอบามา ในช่วงสัปดาห์นี้ หลังจากเกิดปัญหาการปิดหน่วยงานรัฐ ทำให้เกิดข้อสงสัยยิ่งขึ้นไปอีกเกี่ยวกับนโยบายเสริมกำลังทหารประจำการและความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับภูมิภาคนี้ เพื่อเป็นการคานอำนาจกับจีน

ขณะที่แวดวงการทูตในเอเชียกับสหรัฐอเมริกา มองว่าการไม่มาปรากฏตัวของโอบามาในครั้งนี้ ไม่น่าจะมีผลกระทบอะไรมากนัก ทว่าภาพลักษณ์ของการเป็นประเทศที่ต้องปิดหน่วยงานและต้องเทความสนใจไปให้ปัญหาในประเทศ ทำให้มีการมองว่าจีนให้ความสำคัญกับเอเชียมากกว่าสหรัฐในบางด้าน

นายคริส เบเกอร์ ผู้อำนวยการศูนย์ยุทธศาสตร์และระหว่างประเทศศึกษาในฮาวาย ชี้ว่าเอเชียมีความกังวลอยู่ลึกๆ แล้วว่าอเมริกาจะสนใจภูมิภาคนี้มากน้อยหรือยาวนานแค่ไหน

ในช่วงที่สหรัฐประกาศยกเลิกการเยือนเอเชียของโอบามา ปรากฏว่าประธานาธิบดีสี จิ้น ผิงของจีน อยู่ระหว่างเยือนอินโดนีเซียพร้อมกับบรรลุข้อตกลงการค้าร่วมกันมูลค่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์ จากนั้นก็ไปเยือนมาเลเซียเพื่อประกาศความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมระหว่างกัน อันรวมไปถึงการเพิ่มความร่วมมือทางการทหาร

จากนั้นประธานาธิบดีสีก็มีกำหนดการเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำประเทศในกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิค (เอเปค) ที่บรูไน ซึ่งก่อนหน้านี้โอบามาหวังจะใช้เวทีนี้ผลักดันข้อตกลงทางการค้าและใช้ชั้นเชิงทางการทูตของเขาสนับสนุนบรรดาชาติพันธมิตร ที่วิตกเกี่ยวกับการเสริมกำลังทางทะเลของจีน

หากมองย้อนไปจะพบว่านับจากปี 2554 จีนก้าวขึ้นมาเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดกับหลายประเทศในเอเชีย และการลงทุนโดยตรงของจีนในหลายชาติเอเชียก็พุ่งขึ้นด้วย ขณะที่ประเทศเล็กๆ อย่างลาวและกัมพูชา ถูกดึงเข้าวงโคจรทางเศรษฐกิจของจีน แถมยังสนับสนุนท่าทีของจีนในข้อพิพาทระดับภูมิภาคอีกด้วย

นอกจากนั้น จีนยังใช้แต้มต่อด้านความสัมพันธ์ทางการค้า มาเป็นเครื่องช่วยในการขยายอิทธิพลทางการทูต การเมือง และการทหารในภูมิภาค แม้ความพยายามของจีนมีอันสะดุดบ้างเพราะความตึงเครียดด้านดินแดนกับญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ เเละอีกหลายประเทศ ก็ตาม

สำหรับ 10 ประเทศสมาชิกอาเซียนนั้น มีจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดมาตั้งแต่ปี 2552 และการลงทุนโดยตรงของจีนในอาเซียนก็พุ่งขึ้นด้วย อันทำให้อิทธิพลด้านเศรษฐกิจ และการทูต ของจีนกับประเทศต่างๆ เพิ่มขึ้นตามไป

บริษัทจีนลงทุน 4,420 บ้านดอลลาร์ในเอเชียอาคเนย์เมื่อปีที่แล้ว หรือเพิ่มขึ้น 52% จากปีก่อน ขณะที่การลงทุนในเวียดนามพุ่งลิ่ว 147%

แต่ถึงอย่างนั้น นักวิเคราะห์ระบุว่า จีนยังคงต้องใช้ความพยายามอีกมากกว่าจะไล่ทันประเทศอย่างสหรัฐ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น หรือรัสเซีย