นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น"ชินโซ อาเบะ"ให้คำมั่นว่าจะเดินหน้ามาตรการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งถูกมองว่ามีความสำคัญในการลดหนี้ก้อนโตของรัฐบาล
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นการเดิมพันทางการเมืองครั้งใหญ่ของนายอาเบะ เพราะนายกฯคนก่อนๆ ที่ประกาศขึ้นภาษี ล้วนหลุดจากตำแหน่ง
การประกาศขึ้นภาษีครั้งนี้ยุติความไม่แน่นอนที่มีมาหลายเดือนว่านายอาเบะจะยังเดินหน้าขึ้นภาษีจาก 5% เป็น 8% หรือไม่ แต่การเก็บภาษีในระดับดังกล่าวยังถือว่าต่ำกว่าในประเทศมั่งคั่งหลายแห่ง
บรรดานักเศรษฐศาสตร์ประมาณการว่าการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มจะกระทบภาคครัวเรือนประมาณ 8 ล้านล้านเยน อันจะส่งผลเสียถึงความต้องการของผู้บริโภคในช่วงที่เศรษฐกิจของญี่ปุ่นกำลังฟื้นตัว
อย่างไรก็ตาม นายอาเบะมีแผนจะประกาศชุดมาตรการกระตุ้นมูลค่าราว 5 ล้านล้านเยน เพื่อชดเชยการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยในจำนวนนี้เป็นการลดภาษี 1 ล้านล้านเยน
คาดว่าชุดนโยบายกระตุ้นของนายอาเบะจะเอื้อแก่ผู้มีรายได้น้อยและเป็นแรงจูงใจให้ภาคเอกชนในการเพิ่มการลงทุนและขึ้นค่าแรง เพราะรัฐบาลจะตัดสินใจในเดือนธ.ค.ว่าจะยุติการเก็บภาษีพิเศษสำหรับนำไปฟื้นฟูแผ่นดินไหวหรือไม่ อันจะทำให้บริษัทต่างๆ ประหยัดค่าใช้จ่าย 900,000 ล้านเยน นอกจากนั้น บริษัทที่เพิ่มการใช้จ่ายในโรงงานและอุปกรณ์ จะได้รับการลดหย่อนภาษี 730,000 ล้านเยน ส่วนบริษัทที่้ขึ้นค่าแรงจะได้รับการลดหย่อนภาษีมากขึ้น





