ซีเรียยอมปฏิบัติตามข้อตกลงส่งมอบอาวุธเคมี ขณะที่มหาอำนาจใกล้ได้ข้อมติสหประชาชาติเพื่อให้ข้อตกลงดังกล่าวปฏิบัติได้จริง
ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ให้สัมภาษณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์เทเลซูร์ ของเวเนซุเอลาว่า แผนการที่จะให้ซีเรียยกเลิกคลังแสงอาวุธเคมี "ไม่มีอุปสรรค" ซีเรียยอมปฏิบัติตามอนุสัญญาว่าด้วยอาวุธเคมี ที่ซีเรียลงนามในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงสหรัฐ-รัสเซีย เพื่อทำลายคลังแสงอาวุธเคมี
ซีเรียเริ่มส่งรายละเอียดคลังแสงที่จำเป็นให้กับองค์การห้ามอาวุธเคมี หรือโอพีซีดับเบิลยู ซึ่งกำลังตรวจสอบข้อตกลง และคาดว่าคณะผู้ตรวจสอบของโอพีซีดับเบิลยูจะเดินทางไปยังซีเรียเร็ว ๆ นี้ เพื่อตรวจสอบสถานะของอาวุธเหล่านั้น
นายอัสซาดกล่าวด้วยว่า ในฐานะรัฐบาลซีเรีย ไม่มีอุปสรรคอะไรร้ายแรง แต่มักมีแนวโน้มว่าผู้ก่อการร้ายอาจขัดขวางการทำงานของคณะผู้ตรวจสอบ โดยกีดกันไม่ให้สามารถเข้าถึงคลังแสงที่แท้จริงได้ ทั้งนี้ รัฐบาลซีเรียเรียกการต่อต้านรัฐบาลทุกอย่างว่า "ผู้ก่อการร้าย"
ความเห็นของนายอัสซาดมีขึ้นหลังจากคณะผู้เชี่ยวชาญจากสหประชาชาติหรือยูเอ็น เดินทางมากรุงดามัสกัสเพื่อเริ่มต้นสอบสวนอีกครั้ง ในเหตุโจมตี 14 ครั้งที่สงสัยว่ามีการใช้อาวุธเคมี
ขณะที่สมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงของยูเอ็นมีความคืบหน้าในการหาข้อมติเพื่อนำข้อตกลงอาวุธเคมีที่เสนอโดยสหรัฐ-รัสเซียไปปฏิบัติ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการปรับปรุงเนื้อหาสำคัญที่จะนำเสนอต่อคณะมนตรีความมั่นคงทั้ง 15 ชาติ
มติที่ออกมาจะอนุญาตให้มีการลงคะแนนเสียงคว่ำบาตรในภายหลังตามมาตรา 7 ของกฎบัตรสหประชาชาติ หากซีเรียไม่เคารพแผนการรัสเซีย-สหรัฐ
อย่างไรก็ตาม ทางการรัสเซียปฏิเสธว่า ยังไม่มีข้อตกลงใด ๆ ที่อาจจะทำให้เกิดการคว่ำบาตรขึ้นมา ด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเตือนว่า กระบวนการมีความคืบหน้าก็จริงแต่ยังไม่เสร็จสิ้น
ส่วนฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียเกิดความแตกแยกมากขึ้น หลังฝ่ายต่อต้าน 13 กลุ่ม ปฏิเสธกลุ่มต่อต้านที่มีฐานในต่างประเทศ รวมถึงแนวร่วมแห่งชาติที่ชาติตะวันตกสนับสนุน ซึ่งมีฐานปฏิบัติการในตุรกี





