ความมั่งคั่งของบรรดามหาเศรษฐีในเอเชีย-แปซิฟิก อาจแซงหน้ามหาเศรษฐีในอเมริกาเหนือภายในปีหน้า
รายงานของบริษัทแคป เจมินี เอสเอ และรอยัล แบงก์ ออฟ แคนาดา ระบุว่า ความมั่งคั่งของบรรดามหาเศรษฐีในเอเชีย-แปซิฟิก อาจแซงหน้ามหาเศรษฐีในอเมริกาเหนือภายในปีหน้า เนื่องจากการเติบโตทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นจูงใจให้บรรดานักลงทุนกลับไปลงทุนประเทศ
จากรายงานความมั่งคั่งเอเชีย-แปซิฟิก 2556 คาดว่าเศรษฐีชาวเอเชียที่มีสินทรัพย์อย่างน้อย 1 ล้านดอลลาร์จะมีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นเป็น 15.9 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2558 จาก 12 ล้านล้านดอลลาร์เมื่อปีก่อน ขณะที่ความมั่งคั่งสุทธิของเศรษฐีชาวอเมริกาเหนือรายบุคคลอยู่ที่ 12.7 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2555
รายงานดังกล่าวระบุด้วยว่า ญี่ปุ่นซึ่งเป็นตลาดหุ้นสำคัญที่มีผลตอบแทนสูงสุดในปีนี้ มีมหาเศรษฐีจำนวนกว่าครึ่งหนึ่งของมหาเศรษฐีทั้งเอเชีย และเป็นตัวขับเคลื่อนความเจริญในภูมิภาค เนื่องจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ มุ่งที่จะทำให้ประเทศหลุดพ้นจากภาวะเงินฝืดที่ยืดเยื้อมา 15 ปี โดยญี่ปุ่นรายงานเมื่อปีก่อนว่า เศรษฐีในประเทศมีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้น 5.2% ซึ่งถือว่าน้อยที่สุดใน 18 ประเทศที่รายงานดังกล่าวได้สำรวจมา
ถึงแม้จะมีการเติบโตที่ซบเซาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ญี่ปุ่นยังคงมีความแข็งแกร่งในตลาด แนวโน้มตลาดที่กระเตื้องขึ้นอาจหนุนให้เศรษฐีญี่ปุ่นเปลี่ยนประเภทสินทรัพย์ของตัวเองจากเงินสดมาเป็นหุ้น ทำให้เกิดการเติบโตด้านความมั่งคั่งต่อไปในเอเชีย
รายงานฉบับนี้ระบุอีกว่า มหาเศรษฐีในเอเชีย-แปซิฟิค มีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับรายปี 4.9% ใน 5 ปีจนถึงปี 2555 นับว่าเพิ่มขึ้นเร็วกว่าในอเมริกาเหนือ 3 เท่า ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีจำนวนมหาเศรษฐีมากที่สุด
นอกจากนี้ยังระบุว่า จำนวนของบุคคลที่มีสินทรัพย์สุทธิสูงในเอเชีย-แปซิฟิก เพิ่มขึ้น 9.4% เป็น 3.68 ล้านคนในปีก่อน ลดลงเป็นอันดับสองรองจากอเมริกาเหนือ ซึ่งมีเพิ่มขึ้น 11.5% จากปีก่อนเป็น 3.73 ล้านคน และคาดว่าการเพิ่มจำนวนมหาเศรษฐีในเอเชีย-แปซิฟิกที่ชะลอตัวลงเมื่อปีก่อนจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวและจะกลับขึ้นไปเป็นอันดับ 1 อีกครั้งภายในปี 2557


