การก่อเหตุโจมตีครั้งร้ายแรงที่ห้างสรรพสินค้าหรูกลางกรุงไนโรบีของเคนยา ทำให้หลายฝ่ายจับจ้องไปที่ระบบความปลอดภัยของห้างทั่วโลก
โฆษกของสมาคมศูนย์การค้าระหว่างประเทศหรือไอซีเอสซี "นายมาลาคี คาวานาห์" กล่าวว่า ห้างสรรพสินค้าต่างๆ เตรียมที่จะเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย และเขาคาดว่ากระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของรัฐบาลสหรัฐจะพยายามชักจูงหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยประจำบห้างอเมริกันทุกแห่ง ให้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย
การเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงการนำเอาเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดูแลความเรียบร้อยในห้าง นำเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนอกเครื่องแบบมาสวมเครื่องแบบ และร่วมมือกับสถานีตำรวจท้องที่มากขึ้น
กลุ่มติดอาวุธโซมาเลีย "อัล-ชาบับ" ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มอัล-กออิดะห์ ได้บุกกราดยิงพร้อมกับจับตัวประกันในห้างดังกล่าวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา จนทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 68 คน และบาดเจ็บอีก 175 คน ซึ่งในเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายกว่า 60 คนนี้รวมไปถึงพลเมืองชาวเคนยา เนเธอร์แลนด์ อังกฤษ และจีน อีกทั้งยังมีนักการทูตจากแคนาดา และกานา ขณะที่มีพลเมืองชาวสหรัฐได้รับบาดเจ็บหลายราย แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีตัวเลขที่แน่ชัด
ห้างสรรพสินค้า "เวสต์เกต" มีร้านค้าของชาวอิสราเอลหลายร้าน อีกทั้งยังมีชาวเคนยาและชาวต่างชาติที่มีฐานะร่ำรวยไปเดินช้อปปิ้งอยู่บ่อยครั้ง
หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารหรือซีอีโอของผู้ประกอบกิจการห้างแอฟริกันบีจีไอ แอลแอลซี "นายเออร์วิน บาร์กัน" เปิดเผยว่า ศูนย์การค้าและร้านค้าปลีกหลายแห่งจะต้องทุ่มเงินด้านระบบความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น แต่คงไม่ไกลเหมือนตรวจเข้มก่อนขึ้่นเครื่องบิน
ขณะที่นายคาวานาห์กล่าวว่า บรรดานักช้อปชาวสหรัฐระบุว่าพวกเขาไม่ต้องการเดินผ่านระบบความปลอดภัยที่มีเครื่องตรวจจับวัตถุโลหะ และอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยประเภทอื่นๆ
หลังจากเกิดเหตุวินาศกรรมอาคารเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ กลางเมืองนิวยอร์ค และเพนตากอนในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2544 กลุ่มธุรกิจการค้าได้สำรวจความเห็นบรรดานักช้อปเกี่ยวกับการติดตั้งระบบความปลอดภัยในห้างพบว่า คนส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้มีระบบดังกล่าว ถ้าหากไม่มีภัยคุกคามร้ายแรง
บรรดาเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่อต้านการก่อการร้ายและผู้เชี่ยวชาญได้แสดงความวิตกกังวลมาหลายปี นับตั้งแต่ก่อนเหตุการณ์ 11 กันยา ว่า ห้างสรรพสินค้าในสหรัฐและที่สาธารณะส่วนอื่น รวมถึงระบบขนส่งมวลชน ต่างเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการถูกโจมตี
อดีตที่ปรึกษาด้านการต่อต้านการก่อการร้าย "นายฮวน ซาราเต้" เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า หนึ่งในความกังวลสำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่อต้านการก่อการร้าย คือความเป็นไปได้ที่ว่าอาจจะมีกลุ่มลอกเลียนแบบ และลงมือโจมตีสถานที่ที่ไม่มีระบบความปลอดภัยเหล่านี้
นายซาราเต้ กล่าวว่า เครือข่ายก่อการร้ายเริ่มมองว่าพวกเขาสามารถสร้างผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ด้วยการก่อเหตุรุนแรงในสถานที่ที่ปราศจากการคุ้มกัน และการลงมือดังกล่าวสามารถส่งผลกระทบทางจิตใจและทางเศรษฐกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ





