ธนาคารกลางสหรัฐตัดสินใจเดินหน้ามาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณจะช่วยบรรเทาแรงกดดันที่เศรษฐกิจเอเชีย
นักวิเคราะห์ชี้ว่า การที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)ตัดสินใจเดินหน้ามาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี)จะช่วยบรรเทาแรงกดดันที่เศรษฐกิจเอเชียต้องแบกรับมาระยะหนึ่งแล้ว จากความกังวลในเรื่องที่สหรัฐจะยุติการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายอย่างมาก
บาร์เคลย์ แคปิตัล ระบุในรายงานว่า ประเทศเอเชีย ที่มีตัวเลขขาดดุลบัญชีเดินสะพัดจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อินเดีย และอินโดนีเซีย อาจมองเห็นประโยชน์ระยะสั้นต่อค่าเงิน พันธบัตร และตลาดหุ้นของแต่ละประเทศ จากการตัดสินใจของเฟด ที่จะเดินหน้าเข้าซื้อพันธบัตรในตลาดต่อไป
นับแต่ที่เฟดออกมาบอกเป็นนัยเมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมาถึง ความเป็นไปได้ที่จะมีการลดปริมาณซื้อพันธบัตร ประเทศเอเชียเหล่านี้ ก็ต้องเจอกับแรงเทขายเงินของแต่ละประเทศครั้งใหญ่ และต้องกำหนดอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรในระดับที่สูงขึ้นอย่างมาก
สถาบันการเงินรายนี้ ระบุว่า การเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดของเฟด อาจทำให้กระแสเงินทุนที่ไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ยุติลง หรือแม้กระทั่งเกิดสถานการณ์พลิกกลับขึ้นมา โดยน่าจะมีแรงหนุนสำหรับตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และตราสารหนี้ ในประเทศต่างๆ ที่มีตัวเลขขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในระดับสูง
เช่นเดียวกับเครดิต อะกริโคล ที่มองว่า สกุลเงินเอเชียน่าจะเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์มากสุดจากการตัดสินใจครั้งนี้ เพราะในขณะที่เฟดเลื่อนเวลายุติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกไป ตลาดก็ไม่ได้หยุดไล่ตามแรงขับเคลื่อนด้านบวก
อย่างไรก็ดี ยังมีความเสี่ยงในด้านลบอยู่เช่นกัน โดยนักสังเกตการณ์จำนวนหนึ่ง ระบุว่า การเคลื่อนไหวที่สร้างความประหลาดใจของเฟด ที่มีผลจากการฟื้นตัวของตลาดแรงงานสหรัฐยังไม่แกร่งเท่าที่หลายฝ่ายคาดหวังไว้นั้น จะทำให้แรงกดดัน เพื่อให้เกิดการปฏิรูปเศรษฐกิจของชาติเอเชียบางราย ที่นักวิเคราะห์จำนวนมากมองเป็นเรื่องจำเป็น ผ่อนคลายลง
เฟดได้ตัดสินใจเลื่อนการปรับลดสัดส่วนโครงการซื้อพันธบัตรวงเงิน 85,000 ล้านดอลลาร์ต่อเดือนออกไป โดยให้เหตุผลถึงความกังวลเกี่ยวกับภาวะทางการเงินที่ตึงตัวขึ้น และผลกระทบทางการคลัง ซึ่งทำให้การชะลอมาตรการกระตุ้นทางการเงินกลายเป็นเรื่องของอนาคต
นายเดวิด สต็อคตัน อดีตหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของเฟดกล่าวว่า ตลาดประหลาดใจแต่ก็สามารถเข้าได้ต่อการตัดสินใจของเฟด ที่ยังไม่เริ่มลดสัดส่วนการซื้อสินทรัพย์ ขณะที่อัตราดอกเบี้ยระยะยาวร่วงลงในสหรัฐ และตลาดหุ้นทะยานขึ้น
ทั้งนี้ เบอร์นันเก้ กล่าวว่า เฟดไม่มี "ปฏิทินที่ตายตัว" สำหรับการปรับลดขนาดคิวอีพร้อมกับกล่าวว่า หากข้อมูลเศรษฐกิจที่เฟดจะได้รับในวันข้างหน้าสามารถยืนยันได้ถึงแนวโน้มที่แข็งแกร่ง เฟดจะดำเนินการขั้นแรก "ในระดับหนึ่ง" ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นภายในปีนี้


