วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รายงานยูเอ็นจุดชนวนโต้แย้งอาวุธเคมีซีเรีย

รายงานที่เป็นที่ตั้งตารอคอยกันอย่างมากขององค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็นที่ยืนยันว่า มีการใช้อาวุธเคมีในซีเรีย

ในเหตุสังหารประชาชนหลายร้อยคนเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมานั้น มีความยาวเพียง 5 หน้า อีกทั้งยังได้มีการเปิดเผยข้อมูลที่จะก่อให้เกิดการโต้เถียงกัน

นอกจากนี้ รายงานยังไม่ได้ระบุแน่ชัดว่าผู้ใดเป็นผู้ใช้อาวุธเคมี รายงานเพียงแต่ระบุว่ามีการใช้อาวุธเคมี ส่งผลให้มีการโต้เถียงกันในเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง โดยแต่ละฝ่ายที่โต้เถียงกันต่างอ้างถึงประเด็นในรายงานที่ช่วยสนับสนุนข้อโต้แย้งของตนเอง ซึ่งความคิดเห็นที่แตกต่างกันนี้ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม แต่ยังคงเป็นเรื่องของความคิดเห็นที่แตกต่างกันของชาติตะวันตกและตะวันออก

ภายหลังจากที่การหารือของคณะมนตรีความมั่นคงสิ้นสุดลงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เอกอัครราชทูตมาร์ค ไลอัล แกรนท์ จากอังกฤษ มองว่า รายงานชี้นำไปที่รัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัสซาด ซึ่งมีความคิดเห็นเช่นเดียวกันกับนางซาแมนธา พาวเวอร์ เอกอัครราชทูตสหรัฐ

ทูตสหรัฐกล่าวว่า จากการทบทวนเบื้องต้น พบว่า มีการใช้จรวดขนาด 122 มิลลิเมตร ซึ่งจรวดดังกล่าวเชื่อมโยงกันกับเหตุโจมตีที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ และไม่พบว่า กลุ่มกบฎได้ผลิตหรือใช้จรวดประเภทนี้แต่อย่างใด พร้อมชี้ถึงรายงานที่ระบุว่า คุณภาพของก๊าซพิษที่ได้มีการนำมาใช้นั้นมีคุณภาพสูงกว่าก๊าซพิษในสมัยของประธานาธิบดีฮุสเซนเสียอีก

นางพาวเวอร์ ยังอ้างถึงคำพูดของนายเซลสตรอม ที่ว่า อาวุธที่เก็บได้จากพื้นที่นั้นถูกผลิตขึ้นด้วยมืออาชีพที่เชี่ยวชาญ ไม่มีข้อมูลที่บ่งชี้ว่า เป็นอาวุธที่ถูกนำมาดัดแปลงขึ้นมา ถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องระบุว่า ซีเรียได้ครอบครองก๊าซซาริน และไม่มีหลักฐานที่ชี้ว่า กลุ่มฝ่ายต่อต้านรัฐบาลครอบครองก๊าซพิษชนิดนี้

ทูตสหรัฐ ยังอ้างว่า กองทัพของซีเรียเป็นฝ่ายเตรียมความพร้อมสำหรับการโจมตี โดยมีการแจกจ่ายหน้ากากกันก๊าซแก่กองทัพ และได้มีการยิงจรวดจากพื้นที่ควบคุมไปยังย่านที่พักอาศัย 12 แห่งที่ทางรัฐบาลพยายามที่จะกำจัดกองกำลังของกลุ่มต่อต้าน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลหากจะมองว่าฝ่ายต่อต้านเป็นผู้ใช้อาวุธเคมี

ทางด้านนายวิทาลี เชอร์คิน เอกอัครราชทูตของยูเอ็นประจำรัสเซีย ได้ประณามการใช้อาวุธเคมีในซีเรีย แต่ไม่ได้แปลกใจกับรายงานชิ้นนี้

ทูตรัสเซียกล่าวว่า ตอนนี้บางฝ่ายอาจจะด่วนสรุปไปว่า รายงานของนักวิทยาศาสตร์ผู้ลงพื้นที่ในซีเรียนั้น ชี้ว่ากองกำลังของทางรัฐบาลเป็นฝ่ายที่ใช้อาวุธเคมี ซึ่งจริงๆแล้วเรื่องนี้ควรที่จะมีการศึกษาอย่างระมัดระวัง และว่า การที่จะระบุว่า กลุ่มต่อต้านรัฐบาลไม่ได้ใช้อาวุธเคมีนั้น ไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงแบบที่ควรจะเป็น

ทูตรัสเซียตั้งข้อสังเกตว่า มีรายงานถึงการใช้อาวุธเคมีโดยกองกำลังของรัฐบาล ด้วยการยิงจรวดที่บรรจุอาวุธเคมี เพื่อโจมตีกลุ่มต่อต้าน แต่ไม่มีรายงานว่า กลุ่มต่อต้านได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด พร้อมตั้งคำถามว่า ทำไมถึงไม่มีรายงานเรื่องความเสียหายที่เกิดขึ้นกับกลุ่มต่อต้านรัฐบาลเลย