สหรัฐ-รัสเซีย เร่งเจรจากันอย่างเต็มที่ เพื่อนำอาวุธเคมีของซีเรียไปอยู่ในการควบคุมของนานาชาติ ซึ่งเป็นหนทางเดียวที่จะรอดพ้นการโจมตีจากสหรัฐ
รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ "นายจอห์น แคร์รี่ "และรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย "นายเซอร์เก ลาฟรอฟ" เร่งเจรจากันอย่างเต็มที่ เพื่อนำอาวุธเคมีของซีเรียไปอยู่ในการควบคุมของนานาชาติ ซึ่งเป็นหนทางเดียวที่จะรอดพ้นการโจมตีจากสหรัฐ ส่วนผลการตรวจพิสูจน์การใช้อาวุธเคมีชานกรุงดามัสกัสของซีเรียเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม จะถึงมือเลขาธิการสหประชาชาติวันจันทร์นี้ โดยไม่ระบุว่าเป็นฝีมือของฝ่ายใด
ทางด้านสหประชาชาติระบุว่า ได้รับเอกสารยืนยันอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลซีเรียแล้วว่าประสงค์จะเข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาควบคุมอาวุธเคมี โดยจะส่งมอบเอกสารรายละเอียดอาวุธเคมีที่ซีเรียมีอยู่ทั้งหมดให้แก่สหประชาชาติ หลังการลงนามในข้อตกลงดังกล่าวผ่านไปแล้วราว 1 เดือน
อย่างไรก็ดี นายแคร์รี่มองว่า เวลาดังกล่าวนานเกินไป พร้อมกับย้ำว่า มาตรการทางทหารเป็นวิธีเดียวที่จะกดดันซีเรียให้ยอมทำลายอาวุธเคมีที่มีอยู่ได้ แต่ยังหวังว่าความพยายามทางการทูตที่ดำเนินอยู่ในขณะนี้จะทำให้มาตรการทางทหารหมดความจำเป็น
ขณะประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ผู้นำซีเรีย ยืนยันว่า ที่ซีเรียยอมทำตามข้อเสนอของรัสเซียไม่ได้หมายความว่าหวาดกลัวต่อการโจมตีจากสหรัฐ พร้อมกับย้ำว่า สหรัฐจะต้องยุติการข่มขู่ว่าจะใช้มาตรการทางทหารกับซีเรีย รวมถึงชาติที่สนับสนุนอาวุธเคมีแก่ฝ่ายต่อต้านควรยุติการกระทำดังกล่าวด้วย


